นิยาม
กลไกสร้างการมีส่วนร่วมในด้านเสริมสร้างธรรมาภิบาลและต่อต้านคอร์รัปชันผ่านการลงทุน เป็นความร่วมมือของภาคตลาดทุน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และประชาชนทั่วไป โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 11 บริษัท ซึ่งมีมูลค่ากองทุนภายใต้การบริหารกว่าร้อยละ 90 ของตลาดทุนรวมได้ร่วมจัดตั้งกองทุนรวมหุ้น 11 กองทุนที่แยกการบริหารอย่างอิสระ เน้นลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ได้รับการประเมินจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในระดับดีมากและดีเลิศ (CG Rating Score 4-5) และเป็นบริษัทที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai CAC)
วิสัยทัศน์
"กลไกความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคมผ่านการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทางธุรกิจและผลลัพธ์ทางสังคมด้านการส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านคอร์รัปชัน"
พันธกิจ
กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการดูแลกำกับกิจการที่ดี พิจารณาจากการประเมิน CG Rating Score ในระดับที่ดีมากหรือดีเลิศ และได้รับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต จากนั้นจะนำรายได้ 40% ของค่าธรรมเนียมจัดการกองทุนที่ได้รับ ไปสนับสนุนการทำงานส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านคอร์รัปชันในสังคมไทย"
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ผู้ลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบัน
ในฐานะผู้สนับสนุนบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีและสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมผ่านกลไกค่าบริหารจัดการกองทุนฯ
บลจ. 11 องค์กร
ในฐานะผู้บริหารกองทุนฯ ที่เชื่อมโยงเงินและความมีส่วนร่วมของผู้ลงทุนเข้ากับโครงการเพื่อสังคม
องค์กรตัวกลางด้านสังคม
ในฐานะผู้สรรหา คัดเลือก พัฒนา ประสานงาน ติดตามความก้าวหน้าและผลลัพธ์ของโครงการเพื่อสังคมที่เข้ารับการสนับสนุนจากกองทุนฯ
โครงการและองค์กรที่ทำงานส่งเสริมธรรมาภิบาล และต่อต้านคอร์รัปชันในสังคมไทย
ในฐานะผู้รับการสนับสนุนเงินทุนในการดำเนินโครงการจากกองทุน
ผลผลิต - ผลลัพธ์ กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย ปี 2568
กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทยได้สนับสนุนโครงการที่มีแนวคิดในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและต่อต้านการคอร์รัปชันไปแล้วทั้งสิ้น 25 โครงการ เป็นจำนวนเงิน 97,463,765.00 บาท โดยในปี 2568 กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทยให้การสนับสนุน 2 โครงการ เป็นจำนวนเงิน 5,280,000.00 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
โครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนในปี 2568 จำนวน 2 โครงการ
โครงการ การแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันแบบบูรณาการโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
จำนวนเงินที่ได้รับการสนับสนุน 4,280,000.00 บาท
รายละเอียดโดยสังเขป
ปัญหาไฟป่า ฝุ่นควัน และมลพิษอากาศ ผ่านเครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เชียงราย แม่ฮ่องสอน และตาก โครงการเชื่อมการทำงานของเครือข่ายภาคประชาชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกลไกระดับจังหวัด เพื่อผลักดันการทำงานเชิงระบบในระดับพื้นที่และระดับภาคโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเป็นต้นแบบ สนับสนุนให้แต่ละจังหวัดออกแบบแนวทางและจัดทำแผนปฏิบัติการตามบริบทปัญหาของตนเอง พร้อมสร้างช่องทางสื่อสารและผลักดันข้อเสนอเข้าสู่กลไกจังหวัด เน้นการกระจายอำนาจและความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน วิชาการ และประชาสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ ตรวจสอบและจัดสรรงบประมาณให้ถึงชุมชนอย่างแท้จริง และเพื่อให้วการกำหนดนโยบายแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันไม่ได้เป็นอำนาจของส่วนกลางเพียงอย่างเดียว โดยมีกิจกรรมดังนี้
- การผลักดันให้ชุมชนจัดทำแผนบูรณาการทุกภาคส่วนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- การรณรงค์สาธารณะ กฎหมายนโยบาย คนเชียงใหม่เข้าใจร่วมใจแก้ปัญหาไฟป่าฝุ่นควัน (องค์ความรู้การจัดการไฟ นิเวศวิทยา คนอยู่กับป่าสุขภาพดี) และการดูแลสุขภาพจากฝุ่นควัน
- ขยายภาคีเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรมในการแก้ไข ปัญหาไฟป่าฝุ่นควันและขยายภาคีเครือข่ายทั้งใน จังหวัด และ 8 จังหวัด ภาคเหนือที่มีบริบทพื้นที่ ใกล้เคียงกัน เพื่อให้เกิดแนวทางในการแก้ปัญหาฝุ่นควันแบบองค์รวมร่วมกัน
โครงการยกระดับคุณภาพป่าชุมชนเพื่อระบบนิเวศที่สมบูรณ์ การสร้างความมั่นคงของชีวิตและการบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาล Citizens' Forest Network (CF-NET)
จำนวนเงินที่ได้รับการสนับสนุน 1,000,000.00 บาท
รายละเอียดโดยสังเขป
RECOFTC หรือ รีคอฟ เชื่อว่าความเข้มแข็งของชุมชนและการมีส่วนร่วมของพลเมืองทุกกลุ่มคือกุญแจสำคัญที่ทำให้ “ป่าและคน” เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาเศรษฐกิจสังคม จึงร่วมกับชุมชนที่พึ่งพิงป่าและภาคประชาสังคมจัดตั้ง เครือข่ายป่าไม้ภาคพลเมือง (Citizens’ Forest Network: CF-NET) โครงการมุ่งยกระดับคุณภาพป่าชุมชนและเสริมสร้างธรรมาภิบาลการจัดการป่า โดยเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมผ่านระบบข้อมูลเปิด (Open Data) การดำเนินงานมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่
- พัฒนาแผนการจัดการป่าชุมชนเสริมศักยภาพชุมชนให้จัดทำแผนแบบมีส่วนร่วม ดูแลทรัพยากรให้สมบูรณ์ และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
- ขยายกลไกการมีส่วนร่วม สนับสนุนให้ชุมชนมีบทบาทในกระบวนการทางกฎหมายและนโยบายด้านป่าไม้
- พัฒนาฐานข้อมูลและระบบรายงานสถานภาพป่าชุมชน (CF-NET Index) เพื่อให้ชุมชนสามารถติดตามและประเมินการจัดการทรัพยากรของตนเอง พร้อมเชื่อมโยงการสนับสนุนจากภาคเอกชนและสาธารณะ
กระบวนการรายงานสถานภาพป่าชุมชนช่วยให้ชุมชนเป็นผู้สำรวจ วิเคราะห์ และประเมินข้อมูลป่าของตนเองอย่างเป็นระบบ สามารถปรับปรุงแนวทางการจัดการตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งรายงาน CF-NET Index ยังสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำรายงานความยั่งยืน (Sustainability Reporting) ของภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ตารางแสดงโครงการได้รับการสนับสนุน และดำเนินการเสร็จสิ้นภายในปี 2568
โครงการพัฒนาศักยภาพหมาเฝ้าบ้าน (ACT Watch Dog)
ได้รับการสนับสนุนโครงการในปี 2562 จำนวนเงินที่ได้รับอนุมัติ 2,133,900 บาท
รายงานผลการดำเนินงานและการสร้างผลกระทบทางสังคม
โครงการพัฒนาศักยภาพหมาเฝ้าบ้าน (ACT Watch Dog) ดำเนินงานโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มีเป้าหมายเพื่อให้คนในสังคมตื่นตัวช่วยกันทำหน้าที่สอดส่องการทุจริตในภาครัฐเพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันตั้งแต่ต้นทางให้ไม่มีหรือมีคอร์รัปชันน้อยที่สุด ตรงกับ Voice and Accountability, Government Effectiveness, Control of Corruption โดยการสร้างหมาเฝ้าบ้านให้กับประเทศทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาและส่งเสียง เห่า-กัด คนโกง (Active Citizen) ตลอดการทำงานมีเครือข่ายเพิ่มทุกจังหวัดและทุกอาชีพทั่วประเทศเกิดการทำงานร่วมกันในการ ตรวจสอบและเผยแพร่ข้อมูลการทุจริต ทำให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบ (ป.ป.ช. สตง. ป.ป.ท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบนำไปสู่การใช้งบประมาณภาครัฐที่คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยมีผลลัพธ์จากการดำเนินงานคือสามารถขยายเครือข่ายอาสาสมัคร “หมาเฝ้าบ้าน” เพิ่ม 179 คน พัฒนาศักยภาพทีมในการสืบค้นข้อมูล ลงพื้นที่ พิสูจน์ข้อเท็จจริง และทำงานเป็นระบบมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนเคสตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพิ่มจาก 40 เคส (ม.ค.–พ.ค.) เป็น 98 เคส (มิ.ย.–ส.ค.) หรือเพิ่มขึ้น 145% โดยใช้เบาะแสจากประชาชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการตรวจสอบภาครัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะ การตรวจสอบที่เกิดขึ้นสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมหลายเคส เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ การดำเนินคดี มีสื่อกระแสหลักนำไปขยาย สามารถแตกประเด็นเพิ่มเติมประชาชนให้ความสนใจช่วยกันสอดส่องดูแล รวมถึงส่งเคสที่เป็นกรณีเดียวกันเพิ่มเติมเข้ามาที่เพจ
โครงการเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานข้อตกลงคุณธรรมIntegrity Pact Capacity Development (IP)
ได้รับการสนับสนุนโครงการในปี 2562 จำนวนเงินที่ได้รับอนุมัติ 4,500,000 บาท
รายงานผลการดำเนินงานและการสร้างผลกระทบทางสังคม
โครงการเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานข้อตกลงคุณธรร (Integrity Pact Capacity Development) ดำเนินงานโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างกลไกตรวจสอบและความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการทุจริตกลไกถ่วงดุลและป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง โดยให้ภาคประชาสังคมเข้าสังเกตการณ์ การจัดซื้อจัดจ้างในโครงการของภาครัฐได้ตั้งแต่ร่างขอบเขตงาน (TOR) จนถึงสิ้นสุดโครงการ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป มีลักษณะซับซ้อนหรือมีความเสี่ยงในการทุจริต เพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้สังเกตการณ์ และเพื่อรองรับจำนวนผู้สังเกตการณ์ และโครงการที่จะมีเพิ่มขึ้นในแต่ละปีอีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานเจ้าของโครงการ และเจ้าหน้าที่ ACT ให้ง่ายเร็วเร็ว และมีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยมีผลลัพธ์จากการดำเนินงานสามารถสร้างระบบที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรและผู้สังเกตการณ์มีประสิทธิภาพมากขึ้นและรองรับการจัดเก็บฐานข้อมูลรายงานและเอกสารโครงการอย่างปลอดภัย โดยในปี 2568 ส่งผู้สังเกตุการณ์จำนวน 187 โครงการ วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,881,011.79 ล้านบาท ช่วยประหยัดงบประมาณ 77,435.37 ล้านบาท และมีผู้สังเกตกาณ์ จำนวน 252 คน
