นิยาม

ด้วยความเชื่อว่าการแก้ปัญหาสังคมขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนและหลากหลายจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มูลนิธิเพื่อ“คนไทย” องค์กรสาธารณประโยชน์ที่มีเป้าหมายเพื่อสังคมที่ยั่งยืน จึงมุ่งเน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับองค์กรที่ขับเคลื่อนงานแก้ปัญหาสังคมในประเด็นต่างๆ พร้อมกับเสริมสร้างพลัง “พลเมือง” ให้สามารถมีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมผ่านกลไกแก้ปัญหาสังคมประเภทต่างๆ ซึ่งมีการจัดการอย่างเป็นระบบ โดยมี “กลไกความร่วมมือร้อยพลังสร้างสังคมดี” เป็นตัวกลางผสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย นอกจากนั้น ยังมี “กลไกการลงทุนเพื่อสังคม” ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาคีผู้เชี่ยวชาญ ทั้งจากภาคส่วนผู้ประกอบการสังคม ภาคธุรกิจ ภาคตลาดทุน รวมทั้งภาคประชาชน อาทิ เทใจ กองทุนรวมคนไทยใจดี กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย กองทุนสื่อเพื่อความยุติธรรมในสังคม ร่วมสนับสนุนทุนเงินแก่กลไกต่างๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล และมี “กลไกความร่วมมือ งานสื่อสารสังคมสนับสนุนภาคี” สานพลังสื่อมวลชน สื่อบุคคล ตลอดจนสื่อใหม่ๆ ขยายผลการขับเคลื่อนงานพัฒนาความยั่งยืนกับกลไกแก้ปัญหาสังคมร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยมีเป้าหมายปลายทาง“ร่วมสร้างสังคมอยู่ดีมีสุข”

เป้าหมายการทำงานของมูลนิธิเพื่อ “คนไทย” และบทบาทในระบบนิเวศ

มุ่งเสริมสร้างระบบนิเวศของการมีส่วนร่วมให้เป็น “พลังสังคม” โดยมีบทบาทเป็น “ผู้สนับสนุน” กลไกความร่วมมือแก้ปัญหาสังคมประเภทต่าง ๆ เพื่อเอื้อต่อการเชิญชวนคนไทยทุกคน จากทุกภาคส่วน ให้ช่วยกันแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ร่วมสร้างสังคมอยู่ดีมีสุข

วิสัยทัศน์

"ร่วมสร้างสังคมอยู่ดีมีสุข"

พันธกิจ

"เป็นกลไกสร้างการมีส่วนร่วมและเสริมพลังภาคี องค์กรภาคส่วนต่าง ๆ และพลเมือง ให้เกิดการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบและเกิดการขยายผลลัพธ์ทางสังคม"

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

  • ภาคีเครือข่าย (องค์กรตัวกลาง องค์กรภาคสังคม)
  • องค์กรและบุคคลทั่วไปที่ให้การสนับสนุน
  • ผู้รับประโยชน์
  • อาสาสมัคร
  • พนักงานมูลนิธิฯ

ผลผลิต – ผลลัพธ์ ร้อยพลังสร้างสังคมดี ปี 2568

ผลผลิต
83 โครงการ
403 องค์กร

ผู้รับประโยชน์
498,099 คน
1,359 องค์กร

พลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม
35,199 คน
278 องค์กร

ผู้บริจาค
7,087 คน
125 องค์กร

อาสาสมัคร
497 คน

ผู้ร่วมกิจกรรม (คน/สื่อ)
27,615 คน

กิจกรรมด้านการศึกษาและเยาวชน

กิจกรรมส่งมอบห้องเรียน UOB My Digital Space และกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม โดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้โรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา ปีการศึกษา 2567

มกราคม - มีนาคม 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านห้องเรียนคอมพิวเตอร์และสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล ที่ส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัล การคิดวิเคราะห์ และการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพให้กับครูและนักเรียน
  • เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการออกแบบ พัฒนา และขับเคลื่อนกิจกรรมร่วมกัน

ผลลัพธ์

  • มีโรงเรียนร่วมประกวดผ่านเข้ารอบสุดท้าย 5 ทีม จาก 4 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 15 คน ครูที่ปรึกษา 5 ท่าน
  • มีโครงงานที่ต่อยอดให้เกิดการส่งต่อความรู้ทางการเงินที่เป็นประโยชน์และใช้ได้จริง จำนวน 5 โครงงาน

การขยายผล

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และโครงการร้อยพลังการศึกษาจัดกิจกรรมประกวดโครงการ “Money Coach Junior Contest 2024” และพิธีมอบเกียรติบัตรโครงการ “UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน ปีการศึกษา 2567” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 อาคารยูโอบี พลาซ่า โดยมีผู้เข้าร่วมทั้ง Onsite และ Online จำนวน 197 คน กิจกรรมประกวด Money Coach Junior ได้เปิดพื้นที่ให้นักเรียนที่ผ่านหลักสูตรฯ ได้นำความรู้ด้านการเงินไปต่อยอดสู่การปฏิบัติจริง โดยมีผู้สมัครส่งโครงการ จำนวน 11 ทีม จาก 9 โรงเรียน และคัดเลือกให้เหลือ 5 ทีม เพื่อนำเสนอแนวคิดสร้างสรรค์ในการส่งต่อความรู้สู่ผู้อื่นและชุมชน มีคณะกรรมการจาก 4 หน่วยงาน ร่วมให้ข้อเสนอแนะและตัดสิน ส่วนพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่ครูและนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์จบหลักสูตรฯ รุ่นที่ 4 จำนวน 26 โรงเรียน และนักเรียนจำนวน 1,918 คน พร้อมทั้งจัดเวทีเสวนา “การเงินฉลาด วางรากฐานอนาคตที่ยั่งยืน” โดยมีผู้แทนจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และร้อยพลังการศึกษา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้าร่วม และปิดท้ายด้วยเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้จากครูและนักเรียน ในการสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการฯ  และแรงจูงใจในการส่งต่อความรู้ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง

การสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ : บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด
สนับสนุนการศึกษา มอบโน๊ตบุ๊ก LG gram จำนวน 50 เครื่อง ให้โรงเรียนในเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา

มกราคม - มีนาคม 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ให้เด็กขาดโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี AI ผ่านอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ที่จำเป็นต่ออนาคต
  • เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้เด็กในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลได้เรียนผ่านคอมพิวเตอร์

ผลลัพธ์

  • มีนักเรียนใน 2 โรงเรียน จำนวนกว่า 400 คนเข้าถึงการเรียนรู้ระบบดิจิทัลผ่านคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก LG gram 
  • สามารถลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสการเรียนรู้เทคโนโลยี AI ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลอย่างยั่งยืน

การขยายผล

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีในการผลิตสินค้าไอทีและจอมินิเตอร์ที่ล้ำสมัย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มอบโน๊ตบุ๊ก LG gram จำนวน 50 เครื่อง มูลค่ากว่า 2,301,000 บาท ให้โครงการร้อยพลังการศึกษา เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีให้กับนักเรียนในโรงเรียนเครือข่าย จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่

  • โรงเรียนนิคมพิมายศึกษา จ.นครราชสีมา จำนวน 25 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
  • โรงเรียนปิยะบุตร์ จ.ลพบุรี จำนวน 25 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ยังขาดแคลนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบดิจิทัล โดยโน๊ตบุ๊ก LG gram มีน้ำหนักเบาและประสิทธิภาพสูง จะช่วยให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 เข้าถึงหลักสูตรดิจิทัลรายวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ได้อย่างเต็มศักยภาพ ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จะได้เรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีที่มีการรองรับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี AI ที่มีความสำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต นับได้ว่าเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

การสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ : บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด
สนับสนุนการศึกษา มอบอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ที่จำเป็นต่อการเรียนให้โรงเรียนในเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา

มกราคม - มีนาคม 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์และทักษะดิจิทัลให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล
  • เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์

ผลลัพธ์

  • ช่วยลดช่องว่างทางการศึกษาแะสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธภาพ 
  • ช่วยให้โรงเรียนมีอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ที่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่

การขยายผล

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีในการผลิตสินค้าไอทีและจอมินิเตอร์ที่ล้ำสมัย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มอบอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต จอทีวี และจอมอนิเตอร์ ให้โครงการร้อยพลังการศึกษาเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีให้กับนักเรียนในโรงเรียนเครือข่าย โดยอุปกรณ์ที่ได้รับจำนวน 3 ครั้ง ดังนี้

  • โทรศัพท์มือถือ Samsung S23 Ultra พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 63 เครื่อง มูลค่า 1,566,058 บาท
  • โทรศัพท์มือถือ Samsung คละรุ่น พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 185 เครื่อง มูลค่า 633,715 บาท
  • จอทีวี และจอมอนิเตอร์ คละรุ่น จำนวน 23 เครื่อง และแท็บเล็ต จำนวน 16 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่ารวม 920,828 บาท

โดยโครงการได้คัดเลือกโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ของระบบ Learn Education รายวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ระบบ Winner English รายวิชาภาษาอังกฤษ และแพลตฟอร์มแนะแนวออนไลน์ a-chieve

กิจกรรมการเยี่ยมชมห้อง “พื้นที่การเรียนรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” โครงการ BOI
เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านวังเพลิง จ.ลพบุรี วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568

มกราคม - มีนาคม 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อเยี่ยมชมและติดตามการใช้งานห้องเรียนดิจิทัลต้นแบบที่ช่วยลดความเหลื่อมทางการศึกษา
  • เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนจากทุกภาคส่วน

ผลลัพธ์

  • นักเรียนเข้าถึงสื่อดิจิทัลและอุปกรณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
  • ช่วยให้ครูสามารถใช้เทคโนโลยีในการอออกแบบและจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การขยายผล

โครงการร้อยพลังการศึกษา ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดำเนินงานสร้างโครงการพื้นที่การเรียนรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมให้กับนักเรียนในพื้นที่ชนบท โดยโรงเรียนบ้านวังเพลิง จังหวัดลพบุรี เป็นโรงเรียนต้นแบบห้องเรียนดิจิทัลที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ ด้วยการพัฒนาห้องเรียนให้เป็น “พื้นที่การเรียนรู้” ที่ทันสมัย มีสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล รายวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ มีอุปกรณ์ที่เพียงพอสำหรับการเรียนการสอน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้ด้วยตนเอง

และในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ได้จัดกิจกรรมให้ผู้เกี่ยวข้องได้เยี่ยมชมห้องเรียนดิจิทัลต้นแบบ จากการติดตามการใช้งานงานครั้งนี้ จะเห็นได้ว่านักเรียนมีความสนใจในการเรียนมากขึ้น ครูสามารถจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และโรงเรียนมีพื้นที่กลางที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นต้นแบบให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง และเป็นอีกหนึ่งโครงการความร่วมมือที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน  ในการสร้างโอกาสให้เด็กไทยได้เข้าถึงคุณภาพการศึกษาอย่างเท่าเทียม

กิจกรรมความร่วมมือระดมทุน : แคมเปญ ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนคะแนนเป็นทุนการศึกษา โดย ซีเจ มอร์
สนับสนุนโครงการทุนการศึกษา ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2567 - 28 กุมภาพันธ์ 2568

มกราคม - มีนาคม 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อเป็นช่องทางในการสร้างความร่วมมือระดมทุนระหว่างสมาชิกสบายการ์ดของ CJ MORE
  • เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการบริจาคและการใช้คะแนนสะสมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กขาดโอกาสได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

ผลลัพธ์

  • มีสมาชิกสบายการ์ดร่วมแลกคะแนน 1,057,763 คะแนน เปลี่ยนเป็นเงินบริจาคทั้งหมด 105,776.30 บาท
  • มีนักเรียนได้รับทุน จำนวนกว่า 30 ทุน ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ โดยคิดเป็นทุน 3,500 บาท/เทอม

การขยายผล

บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด หรือ CJ MORE เป็นร้านซปเปอร์คอนวีเนี่ยนสโตร์ของคนไทย เพื่อคนไทย ที่มุ่งมั่นนำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลายเพื่อลูกค้าในชุมชน ด้วยคอนเซปต์ “ครบกว่า ถูกกว่า คุ้มกว่า” และมีสาขากว่า 1,500 สาขาทั่วประเทศ ตอกยำความเป็นผู้นำด้านการให้บริการที่เป็นมากกว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตในทุกมิติ

ด้วยเป้าหมายที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกคนในสังคม จึงจัดทำโครงการ “ปันแต้ม ปันน้ำใจ” เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกสบายการ์ดร่วมบริจาคแต้มสะสมเป็นทุนการศึกษา โครงการทุนการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อช่วยเด็กไทยที่ขาดโอกาสให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพผ่านโครงการร้อยพลังการศึกษา 

โดยรูปแบบการแลกคะแนน คือ ทุก 20 คะแนน เปลี่ยนเป็นเงินบริจาค 1 บาท ทุกยอดบริจาค CJ MORE สมทบเงินให้อีก 1 เท่า เปิดแคมเปญตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2567 และปิดแคมเปญวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยทาง CJ MORE เป็นผู้ดำเนินงานประชาสัมพันธ์และเชิญชวนสมาชิกมาร่วมบริจาค เพื่อสร้างการรับรู้ให้เกิดในวงกว้าง และสร้างการมีส่วนร่วมบริจาคได้มากขึ้น

กิจกรรมความร่วมมือระดมทุน : แคมเปญ “เปลี่ยนคะแนนสมาชิกไปรษณีย์ไทยเป็นเงินบริจาค” โดย Buzzebees x ไปรษณีย์ไทย สนับสนุนโครงการร้อยพลังการศึกษา ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2567 - 31 มี.ค. 2568

มกราคม - มีนาคม 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อเป็นช่องทางในการสร้างความร่วมมือระดมทุนระหว่างแพลตฟอร์ม Buzzebees และไปรษณีย์ไทย
  • เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการบริจาคและการใช้คะแนนสะสมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนทั่วไปได้รู้จักโครงการร้อยพลังการศึกษาได้มากขึ้น

ผลลัพธ์

  • มีสมาชิกไปรษณีย์ไทย Post Family ร่วมแลก Post Point เป็นเงินบริจาคตั้งแต่ 1 พ.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568 จำนวน 6,239 รายการ ยอดเงินบริจาครวม 38,180 บาท

การขยายผล

บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทด้านการทำงานเกี่ยวกับ CRM และ Digital Engagement Platform ได้สร้างความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยจัดทำแคมเปญแลกคะแนนสมาชิกไปรษณีย์ไทยเป็นเงินบริจาคให้โครงการร้อยพลังการศึกษา ในแคมเปญ “สมาชิก Post Family ยิ่งให้ ยิ่งได้” ด้วยการเชิญชวนครอบครัวสมาชิก Post Family ร่วมเป็นผู้ให้และเปลี่ยน Post Point เป็นเงินบริจาค เพื่อสานฝันและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้เด็กขาดโอกาส

รูปแบบการแลกคะแนน ดังนี้

  • 5 Post Point เปลี่ยนเป็นเงินบริจาค 1 บาท
  • 500 Post Point เปลี่ยนเป็นเงินบริจาค 100 บาท

เปิดแคมเปญตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2567 และปิดแคมเปญวันที่ 31 มีนาคม 2568 

โดยทางบริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินงานประชาสัมพันธ์และเชิญชวนทุกคนมาร่วมบริจาค เพื่อสร้างการรับรู้ให้เกิดในวงกว้าง และสร้างการมีส่วนร่วมบริจาคได้มากขึ้น

โดยเงินบริจาคที่ได้รับทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้กับโรงเรียนในเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา

การสร้างความร่วมมือเพื่อระดมทุนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ ร่วมกับเทใจดอทคอม โครงการ “ทุนให้ไป(เรียน)ต่อกับมูลนิธิยุวพัฒน์”

13 ม.ค. 2568 - 31 มี.ค. 2570

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อระดมทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนทุนยุวพัฒน์สายสามัญได้เรียนต่อในระดับชั้น ม.1 – ม.6 จำนวน 1,000 คน

ผลลัพธ์

  • สามารถระดมเงินบริจาคทั้งปี 2568 รวม  188,953  บาท จากผู้บริจาค 131 คน

การขยายผล

มูลนิธิยุวพัฒน์ร่วมกับเทใจดอทคอม หนึ่งในภาคีเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกลไกความร่วมมือการลงทุนเพื่อสังคม ร่วมกันดำเนินโครงการ “ทุนให้ไป(เรียน)ต่อกับมูลนิธิยุวพัฒน์” ผ่านแพลตฟอร์มระดมทุนออนไลน์บนเว็บไซต์เทใจดอทคอม  ตั้งเป้าหมายการระดมทุน จำนวน 7,000,000 บาท โดยจะนำเงินบริจาคที่ได้รับไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนทุนยุวพัฒน์สายสามัญจำนวน 1,000 คน (คิดเป็น 7,000 บาท/คน/ปี) ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและมีเงินทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตตลอดระยะเวลา 1 ปี  

เนื่องจากปี 2567 โครงการนี้ได้ระดมทุนเป็นเงินทุนการศึกษานักเรียนสายสามัญที่ขาดโอกาสจำนวน 527 คน ซึ่งยังไม่ครบตามจำนวนเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงได้มีการขยายระยะเวลาและเน้นการรับบริจาคผ่านบัตรเครดิตรายเดือนเพื่อให้ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังคงได้เข้าร่วมโครงการ Thaivivat Charity มากกว่าประกันภัย คืนให้สู่สังคมของบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับเทใจดอทคอม จนถึง 31 มีนาคม 2570 

สำหรับปี 2568 ได้มีกลุ่มแฟนคลับ จีซอง NCT DREAM ทำเพจระดมทุนกระตุ้นยอด และได้สื่อสารในรูปแบบบริจาครายเดือน เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริจาคสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมากขึ้น

การสร้างความร่วมมือเพื่อระดมทุนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ ร่วมกับเทใจดอทคอม โครงการ “การลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน สร้างอนาคตเด็กไทยสายอาชีพ 100 คน”

17 ธ.ค. 2567 - 30 เม.ย. 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อระดมทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนทุนยุวพัฒน์สายอาชีพได้เรียนต่อ 1 ปีการศึกษา จำนวน 100 คน

ผลลัพธ์

  • จากเป้าหมาย 1,400,000 บาท สามารถระดมเงินบริจาคตั้งแต่เดือนธันวาคม 67 – เมษายน 68 รวม 1,161,907 บาท โดยหลังหักค่าดำเนินการ เป็นเงินบริจาค 1,056,279.09 บาท จำนวนผู้บริจาค 231 คน เป็นเงินทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนสายอาชีพที่ขาดโอกาสจำนวน 76 คน

การขยายผล

มูลนิธิยุวพัฒน์ร่วมกับเทใจดอทคอม หนึ่งในภาคีเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกลไกความร่วมมือการลงทุนเพื่อสังคม ร่วมกันดำเนินโครงการ “การลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน สร้างอนาคตเด็กไทยสายอาชีพ 100 คน” ผ่านแพลตฟอร์มระดมทุนออนไลน์บนเว็บไซต์เทใจดอทคอม  ตั้งเป้าหมายการระดมทุน จำนวน 1,400,000 บาท โดยจะนำเงินบริจาคที่ได้รับไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนทุนยุวพัฒน์สายอาชีพจำนวน 100 คน (คิดเป็น 14,000 บาท/คน/ปี) ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและมีเงินทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยโครงการนี้ผ่านการพิจารณาคัดเลือก และประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์เทใจดอทคอม เพื่อให้คนทั่วไปได้รับทราบ รวมถึงเป็นช่องทางในการรับบริจาคเรียบร้อยแล้ว 

โดยทางเทใจดอทคอมได้ช่วยกระตุ้นยอดบริจาคผ่านการเชิญชวนเครือข่ายร่วมโพสภาพ “สร้างอาชีพ สร้างอนาคต” และเชิญชวนกลุ่มแฟนคลับ MOA: Moments Of Alwaysness ทำเพจระดมทุนกระตุ้นยอด

การสร้างความร่วมมือเพื่อระดมทุนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยธุรกิจเพื่อสังคม a-chieve ร่วมกับเทใจดอทคอม โครงการ “ช่วยเด็กไทยตามหา อาชีพที่ใช่ ชีวิตที่ชอบ”

16 พ.ค. 2567 - 30 เม.ย. 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อระดมทุนให้กับเด็กนักเรียนมัธยม 15,000 คนใน 100 โรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษาที่ขาดแคลนครูแนะแนว ได้ใช้แพลตฟอร์มการแนะแนวและเครื่องมือ a-chieve

ผลลัพธ์

  • จากเป้าหมาย 1,800,000 บาทสามารถระดมเงินบริจาคตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 67 – 20 มิถุนายน 68 รวม 105,845 บาท โดยหลังหักค่าดำเนินการ เป็นเงินบริจาค 96,222.73 บาท ผู้บริจาค 107 คน เป็นค่าสนับสนุนเพื่อใช้งาน a-chieve.org สำหรับนักเรียน ม.1 – ม.6 ในโรงเรียนเครือข่ายโครงการร้อยพลังการศึกษาจำนวน 6 โรงเรียน

การขยายผล

ธุรกิจเพื่อสังคม a-chieve ภายใต้การทำงานของโครงการร้อยพลังการศึกษา ร่วมกับเทใจดอทคอม หนึ่งในภาคีเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกลไกความร่วมมือการลงทุนเพื่อสังคม ร่วมกันดำเนินโครงการ “ช่วยเด็กไทยตามหา อาชีพที่ใช่ ชีวิตที่ชอบ” ตั้งเป้าหมายการระดมทุน จำนวน 1,800,000 บาท ในช่วงเดือนพฤษภาคม – เมษายน 2568 เพื่อนำเงินบริจาคที่ได้รับไปสนับสนุนเด็กระดับชั้นมัธยมศึกษา 15,000 คนใน 100 โรงเรียนเครือข่ายที่ขาดแคลนครูแนะแนว ได้ใช้แพลตฟอร์มการแนะแนวและเครื่องมือ a-chieve ระยะเวลา 1 ปี เพื่อเป็นตัวช่วยเด็กได้ทำความรู้จักตัวเองอย่างรอบด้าน รู้จักอาชีพรอบตัว ช่วยให้เกิดความฝัน มีการวางแผนชีวิต จนพัฒนาเป็นแรงจูงใจในการเรียนและการดำเนินชีวิตไปสู่อาชีพที่ใช่ที่ตรงกับความสนใจ ความถนัด เงื่อนไขชีวิต และบริบทสังคมของตนเอง โดยโครงการนี้ผ่านการพิจารณาคัดเลือก และประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์เทใจดอทคอม เพื่อให้คนทั่วไปได้รับทราบ รวมถึงเป็นช่องทางในการรับบริจาคเรียบร้อยแล้ว 

นอกจากนี้ โครงการร้อยพลังการศึกษา ธุรกิจเพื่อสังคม a-chieve และเทใจดอทคอมยังร่วมกันผลิตสื่อเพื่อกระตุ้นยอดบริจาค ไม่ว่าจะเป็นการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการ การถ่ายทำวิดีโอ ฯลฯ รวมถึงการประชาสัมพันธ์การบริจาคในโอกาสพิเศษ เช่น ทำบุญวันเกิด เป็นต้น

การสร้างความร่วมมือเพื่อระดมทุนในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ ร่วมกับ Socialgiver โครงการทุนการศึกษา "ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี"

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อระดมทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนทุนยุวพัฒน์สายอาชีพได้เรียนจนจบชั้น ปวช.3

ผลลัพธ์

  • ยอดบริจาคสะสมทั้งหมด 46,136 บาท จากผู้บริจาค 69 คน โดยแบ่งเป็น
    ยอดบริจาคจากคนทั่วไป 35,165 บาท
    ยอดบริจาคจากกิจกรรม “ให้ของเก่า ส่งน้องเรียน” Things I Don’t Use 10,971 บาท
  • ธุรกิจใจดีร่วมสนับสนุนบัตรรางวัลกิจกรรม “ให้ของเก่า ส่งน้องเรียน” ทั้งหมด 20 ธุรกิจ

การขยายผล

มูลนิธิยุวพัฒน์ร่วมกับ Socialgiver หนึ่งในภาคีเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกลไกความร่วมมือการลงทุนเพื่อสังคม ร่วมกันดำเนินโครงการทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนสายอาชีพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทุนการศึกษา “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี” ตั้งเป้าหมายการระดมทุน จำนวน 50,000 บาท โดยจะนำเงินบริจาคที่ได้รับไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนทุนยุวพัฒน์สายอาชีพ คิดเป็น 14,000 บาท/คน/ปี ได้มีโอกาสเรียนต่อจนจบชั้น ปวช.3 และมีเงินทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตตลอดระยะเวลา 1 ปี 

นอกจากนี้ Socialgiver ยังเชิญชวนธุรกิจใจดีและสื่อบุคคลมาร่วมแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดบริจาค ได้แก่

  • รายได้จากการจำหน่ายบัตรกำนัลเงินสด จากร้าน Gathering Cafe 
  • แคมเปญดูดวงการกุศลกับหมอนก Bird eye view
  • รายได้จากการจำหน่ายบัตรกำนัลเงินสด จาก Rain Tree Khao Yai Hotel
  • รายได้จากการจำหน่ายบัตรกำนัลเงินสด จาก De VeraNiO Resort
  • แคมเปญ Pass the read forward ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่บริจาครายได้ 10%  จากค่าสมาชิกอนุสารอสท. 850 บาท
  • รายได้จากการจำหน่ายบัตรกำนัลเงินสด จาก Sugar Marina Hotel – POP – Kata Beach

การสร้างความร่วมมือเพื่อระดมทุนในการส่งเสริมโภชนาการที่ดี งาน Food for Good Fundraising Charity Lunch

วันที่ 27 เมษายน 68

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อระดมทุน สนับสนุนโครงการ Food for Good เพื่อพัฒนาโภชนาการเด็กไทย
  • เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนโดยเปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาโภชนาการ
  • เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของโภชนาการผ่านประสบการณ์มื้ออาหารที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ

ผลลัพธ์

  • ยอดบริจาคที่ได้รับ: 140,500 บาท 
  • จำนวนผู้บริจาค: 45 คน
  • จำนวนสื่อและแขกผู้มีเกียรติ: 15 คน

การขยายผล

กิจกรรม Food for Good Fundraising Charity Lunch ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่มีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาโภชนาการเด็กไทยอย่างยั่งยืน โดย The Botanical House Bangkok ได้ให้การสนับสนุนสถานที่และบริการ เพื่อให้เกิดประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ไม่เพียงแต่พิเศษในรสชาติ แต่ยังสะท้อนถึงแนวคิดของโครงการ Food for Good ผ่านเมนู 5 คอร์ส ที่รังสรรค์โดย เชฟแก้ว ปวีณ์นุช แชมป์มาสเตอร์เชฟประเทศไทย

กิจกรรมนี้จำหน่ายบัตรราคา 2,900 บาท/ใบ โดยรายได้ทั้งหมดบริจาคให้โครงการ Food for Good นอกจากการสื่อสารผ่านช่องทางของโครงการและพันธมิตรแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนจากสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ที่จะช่วยขยายการรับรู้เกี่ยวกับงานนี้ให้กว้างขึ้น 

เมื่อวันที่ 27 เมษายน กิจกรรม Food for Good Fundraising Charity Lunch ได้เกิดขึ้นอย่างอบอุ่น โดยมีผู้สนับสนุนกว่า 60 ท่านเข้าร่วม รวมถึงผู้อำนวยการและคุณครูจากโรงเรียนวัดบน “ประจงอนุสรณ์” ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จากหน้างานจริง

กิจกรรมออกบูธโครงการร้อยพลังการศึกษา และ Limited Education

มกราคม - มีนาคม 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและแนวทางแก้ไขผ่านโครงการร้อยพลังการศึกษา
  • เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม จากภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และองค์กรพันธมิตร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษา
  • เพื่อระดมทุนผ่านการรับบริจาคพร้อมรับของที่ระลึก Limited Education

ผลลัพธ์

  • ยอดบริจาครวม: 79,618 บาท
  • จำนวนผู้บริจาค: 141 คน
  • จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม: 314 คน

การขยายผล

โครงการร้อยพลังการศึกษามุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย โดยการออกบูธเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการสื่อสารและระดมทุนเพื่อขยายผลโครงการ ซึ่งใน Q2 ที่ผ่านมา โครงการร้อยพลังการศึกษาได้เข้าร่วมและจัดบูธในงานต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและระดมทุน โดยมีข้อมูลการขยายผลดังนี้:

จำนวนบูธที่เข้าร่วม: 4 งาน ครอบคลุมทั้งงานของภาคีภาคธุรกิจและภาคสังคม ได้แก่ การประชุมกลุ่มผู้บริหารสถานศึกษาในโครงการร้อยพลังการศึกษา, การประชุุมสัมมนานิเทศอาสาโรงเรียนคุณธรรม ครั้งที่ 1/2568, TET HSE Week 2025 และ D-Day Kingpower สาขารางน้ำ

ความร่วมมือกับองค์กรภาคี: ได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจและภาคีภาคสังคมในการให้พื้นที่การออกบูธ

โครงการหนังสือเพื่อน้อง มูลนิธิทองพูล หวั่งหลี บริจาคหนังสือนิทาน นินนินทำข้าวเหนียวมะม่วง
จำนวน 800 เล่ม ให้กับโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์

มกราคม - มีนาคม 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน
  • เพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่ดีสมวัยและทักษะด้านภาษาอังกฤษให้กับเด็กปฐมวัยผ่านหนังสือนิทาน

ผลลัพธ์

  • ส่งต่อหนังสือนิทานไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเครือข่ายของโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย (ICAP) จำนวน 800 ศูนย์

การขยายผล

โครงการหนังสือเพื่อน้อง โดย มูลนิธิทองพูล หวั่งหลี ร่วมกับมูลนิธิหนึ่งน้ำใจ เป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการส่งมอบโอกาสให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน และเพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่ดีสมวัย และทักษะด้านภาษาอังกฤษผ่านการบริจาคหนังสือนิทานสำหรับเด็ก โดยได้บริจาคหนังสือนิทานสองภาษา นินนินทำข้าวเหนียวมะม่วง : ชุดทำอาหารสนุกจังเลย จำนวน 800 เล่ม ให้กับโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อจัดสรรให้เหมาะสมกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ต้องการ ซึ่งหนังสือนิทานดังกล่าวเหมาะสำหรับเด็กปฐมวัยฝึกอ่านภาษาอังกฤษ ส่งเสริมการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ และช่วยฝึกการวางแผนและการแก้ปัญหาให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย จึงได้นำหนังสือดังกล่าวใช้เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเครือข่ายของโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย (ICAP) ทั่วประเทศ

การสร้างความร่วมมือเพื่อระดมทุนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ ร่วมกับเทใจดอทคอม โครงการ “Adopt A Dream เติมทุนให้น้องเรียนต่อ”

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อระดมทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนทุนยุวพัฒน์สายสามัญได้เรียนต่อ 1 ปีการศึกษา จำนวน 1,558 คน

ผลลัพธ์

  • สามารถระดมเงินบริจาคตั้งแต่ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม – 31 ธันวาคม 68 รวม 2,795,079 บาท (ยังไม่ได้หักค่าดำเนินการ 10%)
  • ธุรกิจใจดีร่วมสนับสนุนของที่ระลึก 5 องค์กร

การขยายผล

มูลนิธิยุวพัฒน์ร่วมกับเทใจดอทคอม หนึ่งในภาคีเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกลไกความร่วมมือการลงทุนเพื่อสังคม ร่วมกันดำเนินโครงการ “Adopt A Dream เติมทุนให้น้องเรียนต่อ” ผ่านแพลตฟอร์มระดมทุนออนไลน์บนเว็บไซต์เทใจดอทคอม  ตั้งเป้าหมายการระดมทุน จำนวน 10,906,000 บาท โดยจะนำเงินบริจาคที่ได้รับไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนทุนยุวพัฒน์สายสามัญจำนวน 1,558 คน (คิดเป็น 7,000 บาท/คน/ปี) ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและมีเงินทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยโครงการนี้ผ่านการพิจารณาคัดเลือก และประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์เทใจดอทคอม เพื่อให้คนทั่วไปได้รับทราบ รวมถึงเป็นช่องทางในการรับบริจาคเรียบร้อยแล้ว โดยทางเทใจดอทคอมได้ช่วยกระตุ้นยอดบริจาคผ่านการเชิญชวนเครือข่ายร่วมโพสภาพ “I Adopted A Dream” เชิญชวนกลุ่มแฟนคลับพัคโบกอม ทำเพจระดมทุนกระตุ้นยอด รวมถึงมูลนิธิฯ ได้รับบริจาคของที่ระลึกจากธุรกิจใจดี สนับสนุนการมอบของที่ระลึกให้แก่ผู้บริจาคที่บริจาคตามจำนวนทุน

เนื่องจากยอดเงินบริจาคยังห่างจากเป้าหมายในการระดมทุน จึงได้ขยายระยะเวลาจนถึง 15 ม.ค. 69 และสื่อสารเฉพาะเจาะจงเพื่อสนับสนุนทุนในเทอม 2/2568 มากขึ้น

การสร้างความร่วมมือเพื่อระดมทุนในการส่งเสริมโภชนาการที่ดี โดยความร่วมมือบริษัทบัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ แคมเปญ “You Eat We Give : ทุกการกิน คือการให้”

วันที่ 1 พ.ย. 67 – 28 ก.พ. 68

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อระดมทุน สนับสนุนโครงการ Food for Good เพื่อพัฒนาโภชนาการเด็กไทย
  • เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากร้านอาหาร และลูกค้า โดยเปิดโอกาสทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาโภชนาการ

ผลลัพธ์

  • บริษัทสามารถชวนร้านอาหารเข้าร่วมแคมเปญดังกล่าวได้จำนวน 36 ร้าน
  • หลังจบแคมเปญ ทางบริษัทในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้บริจาคเงินทั้งหมด  165,730 บาทแก่โครงการ FOOD FOR GOOD เพื่อสมทบโครงการพัฒนาโภชนาการเด็ก

การขยายผล

บริษัทในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้แก่ บริษัท  อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส  จำกัด (AYCAP)   บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด  (KCC) บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด (GCS) และ บริษัท โลตัสส์ มันนี่ เซอร์วิสเซส จำกัด (LMP) ร่วมจัดแคมเปญ “You Eat We Give: ทุกการกิน คือการให้” ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 67 – 28 ก.พ. 68 ชวนลูกค้าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เมื่อใช้จ่ายค่าอาหารครบ 1,000 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิปที่ร้านที่ร่วมรายการ ลูกค้าจะได้รับเครดิตเงินคืน พร้อมทั้งบริษัทจะบริจาค 5 บาทต่อเซลล์สลิปแก่โครงการภายใน 90 วันหลังจบแคมเปญ

การสร้างความร่วมมือเพื่อระดมทุนในการส่งเสริมโภชนาการที่ดี โดยความร่วมมือแบรนด์ TWG Tea
แคมเปญ “Tea Of Generosity”

วันที่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 68

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อระดมทุน สนับสนุนโครงการ Food for Good เพื่อพัฒนาโภชนาการเด็กไทย
  • เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากลูกค้า โดยเปิดโอกาสทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาโภชนาการ

ผลลัพธ์

  • สามารถระดมเงินบริจาคตลอดช่วงแคมเปญจากการขายเมนูพิเศษจำนวน 305 ชุด เป็นเงินบริจาคทั้งหมด 91,500 บาท

การขยายผล

บริษัท อิตัลไทย ฮอสพิทาลิตี้ จำกัด เป็นธุรกิจที่มุ่งทำการตลาดในฐานะ HORECA Solution Provider เน้นกลุ่มลูกค้าธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารทั่วประเทศ และผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์แบรนด์ชาระดับพรีเมียม TWG Tea แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้จัดทำแคมเปญ “Tea Of Generosity” นำเสนอชุด Afternoon Tea เมนูพิเศษที่วางขายที่ร้าน TWG Tea 3 สาขา ได้แก่ Siam Paragon,The Emporium, ICONSIAM ซึ่งรังสรรค์ร่วมกับเชฟปูน–ภูผา ชุณหรัศมิ์ เพื่อเปิดประสบการณ์การให้ผ่านมื้อชาแสนอบอุ่น พร้อมร่วมมือกับ Influencer และเพจด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ในการประชาสัมพันธ์แคมเปญ สร้างกระแสการบริโภคที่มีเป้าหมายเพื่อสังคม

โดยรายได้จากการจำหน่ายเมนูพิเศษนี้ บริษัทจะบริจาค 300 บาทของราคาขาย 1,290 บาทต่อชุดให้แก่โครงการ FOOD FOR GOOD

การสร้างความร่วมมือ : Slingshot Group ร่วมสนับสนุนการจัดเวิร์คช็อปพัฒนาทักษะแก่พนักงานมูลนิธิ
และบริจาคเงินสนับสนุนโครงการร้อยพลังการศึกษา

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภายนอกในรูปแบบอาสาสมัคร
  • เพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสารให้แก่เพนักงานและภาคีเครือข่าย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนงานสังคมอย่างมีพลังและสร้างแรงบันดาลใจ

ผลลัพธ์

  • มีผู้เข้าร่วมรวม 25 คน (จากมูลนิธิยุวพัฒน์ มูลนิธิเพื่อคนไทย มูลนิธิเอ็นไลฟ 15 คน ภาคีเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา 10 คน) 
  • ได้รับเงินบริจาคสนับสนุนกิจกรรมโครงการร้อยพลังการศึกษา จำนวน 20,000 บาท

การขยายผล

Slingshot Group บริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาภาวะผู้นำชั้นนำของประเทศไทย ได้จัดโครงการ “สุขอาสา” โดยจัดเวิร์กช็อป “Pitch with Impact: Value-Based Communication” ในวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ณ อาคารพรีเมียร์คอร์เปอเรทปาร์ค เพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสารที่มีพลังและยึดโยงกับคุณค่า เหมาะสำหรับผู้ทำงานภาคสังคมที่ต้องการสื่อสารให้เข้าถึง เข้าใจ และเกิดแรงบันดาลใจ โดยกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดการฝึกฝนจริง และการเชื่อมโยงระหว่างพนักงานมูลนิธิและภาคีที่มีเป้าหมายร่วมกัน

Limited Education ร่วมกับ 3 ศิลปิน แคมเปญ Let Them Try. Let Them Find.

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับประเด็น “การลองผิด ลองถูก” และ “การค้นหาตัวเอง” ในระบบการศึกษา 
  • เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม จากภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และองค์กรพันธมิตร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษา
  • เพื่อระดมทุนผ่านการรับบริจาคพร้อมรับของที่ระลึก Limited Education

ผลลัพธ์

  • ยอดบริจาคปัจจุบัน 166,279 บาท 
  • มีกาช่องทางสื่อสารนอกจากเพจ Limited Education และศิลปิน ได้แก่ คลิปสัมภาษณ์ศิลปินจากคุณนิว TNN
  • เพจ The Potencial, Eduzone, Tellscore/ 9Conversations และออกอากาศรายการวันใหม่วาไรตี้ วันที่ 17 ก.ค. 68

การขยายผล

โครงการร้อยพลังการศึกษา ร่วมกับ 3 ศิลปินนักออกแบบชั้นนำ ได้แก่ Studio Cantalove, Art of Hongtae และ SOMMARKZ ภายใต้ความร่วมมือกับ Limited Education สร้างสรรค์แคมเปญ “Let Them Try Let Them Find” โดยแต่ละศิลปินออกแบบเสื้อยืด Oversized ลายพิเศษ พร้อมร่วมประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปมีส่วนร่วมในการบริจาค และส่งเสียงถึงปัญหาการศึกษาของเด็กไทยที่ยังไม่มีโอกาสได้ “ลอง” และ “ค้นหา” ตัวเอง 

แคมเปญเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2568 เปิดรับบริจาค 850 บาท ได้รับเสื้อ 1 ตัว ผ่าน Line My Shop, และกิจกรรมออกบูธ โดยรายได้ทั้งหมดนำไปสนับสนุนโครงการร้อยพลังการศึกษา แคมเปญนี้ได้รับการสนับสนุนการประชาสัมพันธ์จาก Influencer และเพจออนไลน์ต่างๆ เช่น ไลฟ์สไตล์ และการศึกษา ช่วยส่งต่อสารและเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เมื่อหลังจบแคมเปญแล้ว ยังนำสินค้าดังกล่าวไปร่วมการออกบูธกิจกรรมของโครงการร้อยพลังการศึกษา และ Limited Education ต่อไป

โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา โดย บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ร่วมกับโครงการร้อยพลังการศึกษา

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • ช่วยส่งเสริมและดูแลประคับประคองเยาวชนขาดโอกาสที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบให้ได้เรียนต่อ โดยให้ทุนการศึกษาสายสามัญต่อเนื่อง 6 ปีกับนักเรียนขาดโอกาสได้เรียนต่อจนจบชั้น ม.6
  • เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนที่ขาดโอกาสชั้น ป. 3 – ม.3 ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง และทักษะด้านดิจิทัลให้กับนักเรียน
  • เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีคุณธรรมและจริยธรรม มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม และลดพฤติกรรมเสื่ยง

ผลลัพธ์

  • มูลนิธิฯ ได้รับเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนโครงการร้อยพลังการศึกษาจำนวน 1,861,800 บาท

การขยายผล

มูลนิธิยุวพัฒน์และบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 เพื่อร่วมกันดำเนินโครงการสนับสนุนโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) จำนวน 5 โรงเรียน โดยในปีนี้ได้มีการหารือร่วมกันถึงแนวทางการขยายระยะเวลาความร่วมมือและปรับรูปแบบการสนับสนุนโครงการในระยะยาว โดยร่วมกันจัดทำบันทึกแนบท้ายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ดังนี้

  • ขยายระยะเวลาการสนับสนุนโครงการถึงปี 2573
  • ปรับแนวทางการคำนวณงบประมาณสำหรับทุนการศึกษา จากเดิมแบบรายปี เป็นการสนับสนุนแบบเหมาจ่ายตลอดช่วง ม.1–ม.6
  • อัปเดตตารางงบประมาณตามปีการศึกษาใหม่จนถึงปีการศึกษาที่ 2/2572)

โดยในระหว่างการขยายความร่วมมือดังกล่าว มูลนิธิฯ ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมภาคีเอกชนเพื่อขับเคลื่อนโรงเรียนร่วมพัฒนา ครั้งที่ 1 วันที่ 7 ก.ค. 68 และร่วมลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จ.สตูล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การสร้างความร่วมมือเพื่อระดมทุนในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาผ่าน Benevity: กิจกรรม Pen Pal Day บริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

27 สิงหาคม 68

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานองค์กรเอกชนในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย ผ่านกิจกรรมอาสาสมัครเชิงสร้างสรรค์ 
  • สร้างความร่วมมือระยะยาวกับองค์กรเอกชนระดับโลก ผ่านแพลตฟอร์ม Benevity ซึ่งเป็นระบบบริจาคและอาสาสมัครออนไลน์สำหรับองค์กรข้ามชาติ

ผลลัพธ์

  • กิจกรรมนี้ได้รับเงินบริจาค 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 34,893 บาท) เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในมูลนิธิยุวพัฒน์ได้จำนวน 5 ทุน นอกจากนี้ กิจกรรมยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคม ผ่านการใช้เวลาของพนักงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ และเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่อาจต่อยอดสู่ความร่วมมือในรูปแบบอื่นในอนาคต

การขยายผล

มูลนิธิยุวพัฒน์ได้ขึ้นทะเบียนอยู่ในแพลตฟอร์ม Benevity ซึ่งเป็นระบบกลางที่องค์กรต่างประเทศใช้เชื่อมต่อและบริจาคให้แก่องค์กรเพื่อสังคมทั่วโลก การปรากฏอยู่ในระบบนี้เปิดโอกาสให้บริษัท Apple South Asia (Thailand) สนใจเข้ามาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมกับมูลนิธิ โดยในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมอาสาสมัครร่วมกับมูลนิธิยุวพัฒน์ ภายในชื่อ “Pen Pal Day” โดยพนักงานจำนวน 26 คนร่วมกันเขียนจดหมายให้กำลังใจและแบ่งปันประสบการณ์กับนักเรียนทุน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียน

ในกิจกรรมนี้ บริษัทได้บริจาคเงินผ่าน Benevity ตามจำนวนชั่วโมงอาสาสมัครในอัตรา 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมงต่อคน พร้อม สมทบอีกหนึ่งเท่า ของยอดดังกล่าว

โครงการความร่วมมือระดมทุน 2025 UOB Heartbeat Run โดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่าน โครงการ UOB My Digital Sapce ในโรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างผู้บริหาร พนักงาน ครอบครัว ลูกค้า และพันธมิตรของธนาคารยูโอบี ในการระดมทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย
  • เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ผลลัพธ์

  • สามารถสร้างการมีส่วนร่วมจากพนักงาน คู่ค้า พันธมิตร และบุคคลทั่วไป รวมกว่า 3,097 คน ในกิจกรรมระดมทุนและกิจกรรมวิ่งเพื่อสังคม รวมทั้งมีพันธมิตร UOB ร่วมสนับสนุนกว่า 36 องค์กร
  • ระดมเงินบริจาคได้รวมทั้งสิ้น 4,262,999 บาท ซึ่งจะนำไปสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียนในโครงการ UOB My Digital Space รวม 10 โรงเรียนทั่วประเทศ

การขยายผล

กิจกรรม UOB Heartbeat Run เป็นกิจกรรมอาสาเพื่อสังคมที่กลุ่มธนาคารยูโอบีจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกว่า 18 ประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานและพันธมิตรในการส่งต่อโอกาสให้เยาวชน โดยในปี 2568 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “วิ่งด้วยหัวใจเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษา” ควบคู่กับการระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการ UOB My Digital Space โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนา “ห้องแห่งการเรียนรู้ UOB My Digital Space” ให้เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงการเรียนรู้ดิจิทัลและหลักสูตรคุณภาพ การระดมทุนในปีนี้เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม 2568 โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงที่ 1 (มิถุนายน – สิงหาคม 2568) เปิดรับบริจาคเพื่อแลกรับของที่ระลึกงานวิ่ง ได้แก่ เสื้อ หมวก กระเป๋าคาดเอว และพัดลม ช่วงที่ 2 (สิงหาคม – ตุลาคม 2568) เปิดระดมทุนในแคมเปญ UOB x Limited Education โดยจัดทำของที่ระลึกจากผลงานออกแบบของเด็กผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรม ภายใต้แคมเปญ “Let Me Shine” เช่น ถุงเท้า กระเป๋า กางเกง และยาดม เพื่อสร้างพื้นที่ให้เยาวชนกลุ่มพิเศษได้แสดงศักยภาพ นอกจากนี้ ธนาคารยูโอบียังจัดกิจกรรมพิเศษและบูธระดมทุนภายในองค์กร ได้แก่ UOB Mini Expo 2025 จัดขึ้นที่ UOB Sathorn, UOB Plaza และ UOB Phetkasem และงานวิ่ง 2025 UOB Heartbeat Run จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 ณ สนามศุภชลาศัย โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนเครือข่าย UOB My Digital Space ทั้งการดูแลโรงเรียนเดิม 8 แห่ง และขยายโอกาสสู่โรงเรียนใหม่ 2 แห่งทั่วประเทศ

โครงการ UOB Money 101 Teen Edition: วัยรุ่นเก่งการเงิน ปีการศึกษา 2568 โดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างทักษะความรู้ด้านการเงินให้กับนักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อเสริมทักษะความรู้ทางการเงินที่ถูกต้องและสร้างภูมิคุ้มกันด้านการเงินให้กับนักเรียนและคุณครู
  • เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยให้มีความรู้เรื่องการเงิน สามารถวางแผนอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมทางการเงินที่รับผิดชอบและยั่งยืน

ผลลัพธ์

  • มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการฯ รุ่นที่ 5 จำนวน 42 โรงเรียน และมีผู้เรียนรวม 2,712 คน
  • ครูผู้สอนมีความมั่นใจในการถ่ายทอดความรู้ทางการเงิน และสามารถบูรณาการหลักสูตรการเงินเข้ากับการเรียนการสอนจริง ทั้งในรูปแบบ Projector Base และ Anywhere
  • เกิดกิจกรรมการประกวด Money Coach Junior Contest 2025 มีโรงเรียนส่งทีมเข้าร่วมจำนวน 44 ทีมจาก 42 โรงเรียนทั่วประเทศ

การขยายผล

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะทางการเงินที่แข็งแรง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่มั่นคงทางเศรษฐกิจ จึงร่วมมือกับโครงการร้อยพลังการศึกษา ดำเนินโครงการ UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อสานต่อความสำเร็จของรุ่นที่ผ่านมา และขยายผลสู่โรงเรียนในพื้นที่ใหม่ทั่วประเทศ ในปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการต่อยอดและขยายผลของโครงการที่สามารถเข้าถึงโรงเรียนและนักเรียนได้มากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มโครงการ ทั้งยังสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างความรู้ทางทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมการประกวด Money Coach Junior Contest 2025 ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมแล้ว 51 โรงเรียน ครอบคลุมพื้นที่ 29 จังหวัด และมีนักเรียนที่จบหลักสูตรแล้ว 5,825 คน ที่ได้นำความรู้ทางการเงินไปประยุกต์ใช้จริงผ่านโครงงานที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

โครงการความร่วมมือพัฒนาโรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา ประจำปี 2568 โดย ซีเจ มอร์ และคาราบาว กรุ๊ป เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนในโรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา
  • เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและยั่งยืนให้แก่เด็กและเยาวชนไทย

ผลลัพธ์

  • มีเด็กนักเรียนได้รับทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 31 ทุน
  • ช่วยให้เด็กและครูเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย
  • โรงเรียนมีห้องเรียนคอมพิวเตอร์สำหรับจัดการเรียนการสอนผ่านสื่อดิจิทัล

การขยายผล

โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด คาราบาว กรุ๊ป และมูลนิธิยุวพัฒน์ โดยเน้นสร้างโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ครบทุกมิติ ดังนี้ การเข้าถึงการศึกษาด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษาต่อเนื่องให้เด็กยากจนจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน, คุณภาพการเรียนการสอนร่วมพัฒนาห้องเรียนคอมพิวเตอร์และสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล (วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ), เสริมสร้างทักษะชีวิตด้วยแพลตฟอร์มแนะแนว a-chieve, โภชนาการที่ถูกต้องด้วยการส่งเสริมมื้ออาหารที่เหมาะสมและปรับปรุงพื้นที่เรียนรู้เพื่อสุขภาวะที่ดี ในปี 2568 ได้สร้างต้นแบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างรอบด้านในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ให้กับ 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนธรรมศาสตร์-จุฬา 2 และโรงเรียนเทศบาลวัดโชค (ธรรมเสนานีวรคุณ) โดยมีเป้าหมายให้โรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืนภายใน 3 ปีข้างหน้า สำหรับเทอม 2/2568 ได้สำรวจโรงเรียนเพิ่มเติมในพื้นที่ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อขยายจำนวนโรงเรียนในเครือข่าย

กิจกรรมส่งมอบห้องเรียนดิจิทัลและทุนการศึกษา โครงการความร่วมมือพัฒนาโรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนธรรมศาสตร์-จุฬา 2 วันที่ 15 สิงหาคม 2568 โดยบริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ การเงิน กีฬา และทักษะชีวิต ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นคุณค่าของการเรียนรู้
  • เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ องค์กรพันธมิตร และชุมชน ในการพัฒนาโรงเรียนอย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์

  • กิจกรรม เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ ความร่วมมือ และความสุขของทั้งนักเรียนและอาสาสมัคร
  • นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะที่หลากหลายและจำเป็นต่อยุคปัจจุบัน

การขยายผล

บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด และ โครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ ได้ร่วมดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา จำนวน 2 แห่ง ในจังหวัดราชบุรี ได้แก่ โรงเรียนธรรมศาสตร์-จุฬา 2 อำเภอสวนผึ้ง และโรงเรียนเทศบาลวัดโชค (ธรรมเสนีวรคุณ) อำเภอโพธาราม โดยในปี 2568 เป็นจุดเริ่มต้นของการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างครบวงจร ทางซีเจ มอร์ มีแผนที่จะสื่อสารประชาสัมพันธ์การดำเนินงานความร่วมมือ จึงได้จัดกิจกรรม ส่งมอบห้องเรียนดิจิทัลและทุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนธรรมศาสตร์-จุฬา 2 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 โดยมีผู้บริหารและอาสาสมัครจากซีเจ มอร์ ร่วมกับทีมงานโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒนื เข้าร่วมกิจกรรม ภายในงานมีการจัด กิจกรรมส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ให้กับนักเรียน โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรหลายภาคส่วน ได้แก่ บริษัท พานาโซนิค จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องพลังงาน และการทำถ่านอัลคาไลน์ใช้ชั่วคราว, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ให้ความรู้ทางการเงินแก่เด็กนักเรียน, กิจกรรมกีฬา ส่งเสริมทักษะการเล่นฟุตบอลและการทำงานเป็นทีม, กิจกรรมปรับปรุงพื้นที่โรงเรียน การปรับปรุงแปลงเกษตรเพื่อเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง และพัฒนาลานเล่นของอาคารอนุบาล

โครงการความร่วมมือระดมทุน แคมเปญ “ปันแต้ม ปันน้ำใจ” โดยบริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและประชาชนในการร่วมกันลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างโอกาสให้เด็กขาดโอกาสได้เรียนต่ออย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์

  • โครงการทุนการศึกษา ได้รับเงินบริจาคจากสมาชิก CJ More สบายการ์ด คลับ รวมทั้งสิ้น 105,776.30 บาท มีนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา จำนวน 20 คน ทั้งสายสามัญ และสายอาชีพ
  • โครงการ FOOD FOR GOOD ได้รับเงินบริจาค 71,992 บาท ในการจัดสรรอาหารกลางวันและโภชนาการที่เหมาะสมให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนห่างไกล

การขยายผล

บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด (CJ More) ได้ดำเนินกิจกรรมระดมทุนผ่านแคมเปญ “ปันแต้ม ปันน้ำใจ” โดยร่วมกับสมาชิก CJ More สบายการ์ด คลับ เชิญชวนให้ร่วมบริจาคแต้มสะสมแทนเงินบริจาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ผ่านโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ โดยกิจกรรมระดมทุนในปี 2568 ได้แบ่งการสนับสนุนออกเป็น 2 โครงการหลัก ดังนี้ โครงการทุนการศึกษา – สนับสนุนทุนให้แก่นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้สามารถเรียนต่อจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและส่งเสริมให้เด็กขาดโอกาสได้เรียนอย่างต่อเนื่อง โครงการ FOOD FOR GOOD – “ส่งต่อการให้ที่ไม่จบแค่มื้ออาหาร” ชวนสมาชิกมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้ “อิ่มท้อง อิ่มอนาคต” ไปพร้อมกัน 

แคมเปญนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วมจากภาคธุรกิจและประชาชน ที่ช่วยต่อยอดการให้และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ทั้งด้านโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

งาน Good Society Day 2025

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการทำความดีตามแนวทางของตนเองและในรูปแบบที่เป็นไปได้ในชีวิตจริง ผ่านกิจกรรม นิทรรศการ เวิร์กชอป เวทีพูดคุย และตลาดสินค้าจากภาคีเครือข่ายเพื่อสังคม ซึ่งกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วย Active Citizen คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ในสยามที่อยากเห็นสังคมดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 60 และภาคีภาคสังคมและภาคส่วนอื่นๆ ที่ทำงานพัฒนาสังคม คิดเป็นร้อยละ 40

ผลลัพธ์

  • เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรที่เข้าร่วม จำนวน 95 องค์กร
  • มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้
    – กิจกรรมเวทีพูดคุย มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟัง ณ หอประชุม จำนวน 136 คน และรับฟังผ่านทางออนไลน์ จำนวน 116 คน
    – กิจกรรมเวิร์กชอป มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 326 คน รวมยอดเงินบริจาค จำนวน 32,600 บาท
    – กิจกรรมภาคีเพื่อสังคมร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าในตลาด และธุรกิจใจดีร่วมกิจกรรมบริจาค จำนวน 34 ร้านค้า
    – กิจกรรมโซนเกม Maze of Me และบันไดงู มีผู้เข้าร่วมทำแบบสอบถามและเล่นเกมในระบบออนไลน์ จำนวน 389 คน 

ทั้งนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่แสดงเป็นข้อมูลจากระบบการลงทะเบียนออนไลน์ แต่ยังไม่รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่ได้ลงทะเบียนออนไลน์

การขยายผล

งาน Good Society Day 2025 “สยามสนามลองดี” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 11 ตุลาคม 2568 ณ ลิโด้ คอนเนกต์ สยามสแควร์ ซึ่งงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างโครงการร้อยพลังสร้างสังคมดี มูลนิธิเพื่อคนไทย สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) HAND Social Enterprise และภาคีเครือข่ายรวมกว่า 95 องค์กร เพื่อสร้างพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้ทดลองทำดีในรูปแบบที่เป็นไปได้ในชีวิตจริง โดยตั้งใจสื่อสารความหมายใหม่ของการทำดีให้ไม่จำกัดอยู่แค่จิตอาสา แต่รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและสร้างความยั่งยืนในสังคม พร้อมสร้างพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไปได้ทดลองทำดีในชีวิตจริงผ่านกิจกรรม นิทรรศการ เวิร์กชอป และเวทีพูดคุย ที่สะท้อนแนวคิดการทำความดีในมิติต่าง ๆ ทั้งในด้านการศึกษาและเด็ก สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และสาธารณสุข

โครงการ Impact Leaders Program โดยความร่วมมือระหว่าง School of Leadership และมูลนิธิเพื่อคนไทย

1 มีนาคม -30 สิงหาคม 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ให้มีความรู้ ทักษะ และกรอบคิดในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมผ่านการเรียนรู้เชิงประสบการณ์และการออกแบบโครงการจริง พร้อมสร้างเครือข่ายผู้นำข้ามสาขาที่มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม และส่งเสริมให้เกิดโครงการต้นแบบเชิงผลกระทบ ตลอดจนการขยายผลสู่ความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ เพื่อพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน.

ผลลัพธ์

  • โครงการสามารถพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน โดยผู้เข้าร่วม 34 คน แสดงพัฒนาการด้านภาวะผู้นำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย +5.3 คะแนน จากระบบประเมินผลตลอดระยะเวลา 6 เดือน การเติบโตนี้เกิดจากการออกแบบโครงการที่เน้นการพัฒนาคุณลักษณะผู้นำ (12 Leadership Characters) พื้นที่เรียนรู้แบบปลอดภัย การโค้ชส่วนบุคคล และการทำ Practicum จริงร่วมกับองค์กรพันธมิตร 12 แห่ง ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกภาวะผู้นำในสถานการณ์จริง พร้อมด้วยระบบสะท้อนความคิดและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยเสริมความมั่นใจและความพร้อมในการก้าวสู่บทบาทผู้นำเพื่อสังคมในอนาคต

การขยายผล

โครงการสามารถขยายผลได้อย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการสร้างเครือข่ายผู้นำเพื่อสังคมมากกว่า 133 คนเพื่อเป็นฐานสำคัญของการร่วมพัฒนาในระยะยาว เสริมพลังศิษย์เก่าผ่าน Alumni Community ให้มีบทบาทในงานสังคมระดับประเทศและร่วมออกแบบ Cohort ถัดไป ต่อยอดผลกระทบผ่านความร่วมมือกับองค์กรภาคี 12 แห่งในการนำความรู้ไปใช้จริงทั้งด้านกลยุทธ์และการพัฒนางานในพื้นที่ และวางระบบประเมินผลที่ละเอียดเป็นฐานข้อมูลสำคัญเพื่อรองรับการสเกลโครงการอย่างยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลในอนาคต

กิจกรรมค่ายนักสร้างสรรค์สื่อเพื่อสังคม “B.A.D x Good Bootcamp โดย มูลนิธิเพื่อคนไทย, Glow Story และ สมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก (B.A.D.)

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • ตามที่ Glow Story และ สมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก (B.A.D.) ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อคนไทย ได้จัดกิจกรรม ค่ายนักสร้างสรรค์สื่อเพื่อสังคม “B.A.D x Good Bootcamp” ระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน – 31 ตุลาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เฟ้นหาพลังและทีมงานสายครีเอทีฟที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์สื่อเพื่อสังคม 2.เปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์สื่อได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบการสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนประเด็นสังคมร่วมกับภาคีภาคสังคม

ผลลัพธ์

  • โครงการได้ทีมผู้ชนะจากผู้เข้าร่วมโครงการ 10 ทีม ทีมผู้ชนะนำเสนอโครงการที่พัฒนาแนวทางแก้ปัญหาขยะที่นำไปใช้ได้จริง คือ Trash Partition ซึ่งช่วยให้ประชาชนแยกขยะได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องซื้อถังใหม่ ลดต้นทุนและลดอุปสรรคของการเริ่มแยกขยะ ทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริงในชีวิตประจำวัน และสร้างผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในระดับครัวเรือนและชุมชน

การขยายผล

โครงการขยายผลผ่านสื่อหลากหลายแพลตฟอร์ม ได้แก่ BAD Association, Good Society และสื่อพันธมิตร เช่น Ad Addict, The Cloud, CEA และ Brand Buffet โดยเผยแพร่คอนเทนต์หลายรูปแบบทั้ง KV, Teaser, FAQ, Mentor, Schedule และภาพกิจกรรม ทำให้โครงการเข้าถึงกลุ่มคนทำคอนเทนต์ นักออกแบบ นักสร้างสรรค์ รวมถึงสาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง

กิจกรรมออกบูธโครงการร้อยพลังการศึกษา และ Limited Education

ตลอดทั้งปี 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและแนวทางแก้ไขผ่านโครงการร้อยพลังการศึกษา
  • เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม จากภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และองค์กรพันธมิตร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษา
  • เพื่อระดมทุนผ่านการรับบริจาคพร้อมรับของที่ระลึก Limited Education

ผลลัพธ์

ตลอดทั้งปี 2568 มีผลลัพธ์ ดังนี้

  • ยอดบริจาครวม:  141,266 บาท 
  • จำนวนผู้บริจาค: 378 คน
  • จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม: 578 คน

การขยายผล

โครงการร้อยพลังการศึกษามุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย โดยการออกบูธเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการสื่อสารและระดมทุนเพื่อขยายผลโครงการ ซึ่งใน Q4 ที่ผ่านมา โครงการร้อยพลังการศึกษาได้เข้าร่วมและจัดบูธในงานต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและระดมทุน โดยมีข้อมูลการขยายผลดังนี้:

จำนวนบูธที่เข้าร่วม: 5 งาน ได้แก่ Good Society Day 2025, งานอบรม Adapting to Change: AI in 21st Century Classrooms, ถนนปันกันครั้งที่ 11, ตลาดน้ำใจ โดยมูลนิธิยุวรักษ์ และ กิจกรรม Gift a Future ภายในกลุ่มบริษัทพรีเมียร์

ความร่วมมือกับองค์กรภาคี: ได้รับการสนับสนุนจากภาคีภาคสังคมในการให้พื้นที่การออกบูธ และอาสาสมัครสมทบเงินบริจาค

การสร้างความร่วมมือ : Limited Education เข้าร่วมเป็น Reviewer ในงาน Bangkok Illustration Fair 2025

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • ค้นหาและคัดเลือกศิลปินมาร่วมออกแบบใน Limited Education คอลเลคชั่นปี 2026
  • สร้างความร่วมมือกับวงการนักออกแบบรุ่นใหม่ในเครือข่าย Bangkok Illustration Fair 
  • ส่งเสริมโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าเชิงสังคมร่วมกับศิลปินหลากหลายสาขา

ผลลัพธ์

  • Limited Education ได้รับเชิญเป็น Reviewer อย่างเป็นทางการในงาน BKKIF 2025
  • คัดเลือกศิลปินร่วมคอลเลคชั่นปี 2026 จำนวน 3 คนเรียบร้อย ได้แก่ Falafymns, Atelier Pakawan, Pianissimo Press
  • สร้างความร่วมมือใหม่ในวงการ illustration และขยายฐานศิลปินที่สนใจร่วมทำงานเชิงสังคม
  • ชื่อของ Limited Education และบทบาท Reviewer ถูกนำเสนอผ่านสื่อทางการของ BKKIF ช่วยเพิ่มการมองเห็นและสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกขององค์กร

การขยายผล

การได้รับเชิญเป็น Reviewer ทำให้ Limited Education สามารถเชื่อมต่อกับศิลปินมากกว่าเดิม ผ่าน Review Session และช่องทางประชาสัมพันธ์ของงาน BKKIF ซึ่งเป็นงาน illustration ระดับประเทศ โดย Limited Education ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข Reviewer ของงาน 1) มอบรีวอร์ดหรือโอกาสความร่วมมือให้ศิลปินอย่างน้อยหนึ่งราย 2) เข้าไปให้กำลังใจศิลปินในเว็บ BKKIF อย่างน้อย 5 คน

บทบาท Reviewer ไม่เพียงเพิ่มการมองเห็นแบรนด์ในกลุ่มศิลปิน แต่ยังเปิดโอกาสให้ Limited Education ได้สำรวจสไตล์งานใหม่ ๆ สำหรับพัฒนาของที่ระลึกในอนาคต

จากการเข้าร่วมในปีนี้ Limited Education ได้คัดเลือกศิลปินร่วมคอลเลคชั่นปี 2026 ครบทั้ง 3 คนเรียบร้อยแล้ว พร้อมวางแผนต่อยอดร่วมสร้างสรรค์คอลเลคชั่นใหม่ที่มีพลังในการระดมทุนมากขึ้น

โครงการ Aurora Diamond Love & Share 1 คนให้ หลายคนรับ ปีที่ 5 โดยบริษัทออโรร่า ดีไซน์ จำกัด
สนับสนุนโครงการพัฒนาเด็กปฐมวัย (ICAP)

วันที่ 1 - 30 พ.ย. 2568

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อบริจาคเงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องประดับเพชรที่ร่วมรายการให้แก่โครงการพัฒนาเด็กปฐมวัย (ICAP)
  • เพื่อบริจาคเงินที่ได้จากการจัดทำของที่ระลึกภายใต้โครงการความร่วมมือ Limited Education ให้แก่โครงการพัฒนาเด็กปฐมวัย (ICAP)

ผลลัพธ์

  • มูลนิธิได้รับเงินสนับสนุนการผลิตของที่ระลึก โดยเงินสนับสนุนหลังหักค่าใช้จ่าย จำนวน 70,714 บาท นำไปสนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย (ICAP)
  • มูลนิธิได้รับเงินบริจาค 200,000 บาท เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย (ICAP)
  • เงินบริจาคทั้งหมดสามารถสนับสนุนห้องเรียน ICAP ได้ 7 ห้องเรียน

การขยายผล

บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าทองคำ และเครื่องประดับเพชรในประเทศไทย ได้จัดทำโครงการ “Aurora Diamond Love & Share ปีที่ 5” ในระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์ในการบริจาคเงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องประดับเพชรที่ร่วมรายการภายใต้โครงการ ให้แก่โครงการพัฒนาเด็กปฐมวัย (ICAP) เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท โดยการจำหน่ายสินค้าเครื่องประดับเพชรที่ร่วมรายการในโครงการทุกๆ 1 ใบเสร็จ ออโรร่าจะบริจาคเงินเข้าร่วมโครงการ 100 บาทตลอดระยะเวลาโครงการ ทั้งนี้ หากการจำหน่ายสินค้าที่ร่วมโครงการได้เงินหลังจากหักค่าใช้จ่ายไม่ถึง 200,000 บาท บริษัทจะร่วมบริจาคเงินสบทบให้แก่มูลนิธิฯ จนครบ 200,000 บาท นอกจากนี้ออโรร่าจะจัดทำของที่ระลึกภายใต้โครงการความร่วมมือ Limited Education ด้วยเงินสนับสนุน 120,000 บาท โดยจะผลิตซองใส่เครื่องประดับทั้งหมด 2,000 ชิ้น เพื่้อมอบให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าที่ร่วมรายการภายใต้โครงการ ลูกค้าจะได้รับของที่ระลึก 1 ชิ้น / 1 ใบเสร็จ เงินสนับสนุนหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบในโครงการร้อยพลังการศึกษา

โครงการความร่วมมือระดมทุนภายใต้แคมเปญ “Watsons x Unilever for Limited Education”
เพื่อสนับสนุนโครงการทุนการศึกษา “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี” มูลนิธิยุวพัฒน์

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • สร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจและผู้บริโภคในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ภายใต้แนวคิด “Limited Education ร่วมเปลี่ยนการศึกษาไทยให้เป็นของไม่ลิมิเต็ด” เพื่อสมทบทุนโครงการ “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี” ของมูลนิธิยุวพัฒน์

ผลลัพธ์

  • สามารถสร้างการรับรู้ถึงปัญหาการศึกษาให้กับสมาชิก Watsons ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข
  • สามารถระดมเงินบริจาคได้ทั้งสิ้น 330,000 บาท และมอบเป็นทุนการศึกษาให้เด็กขาดโอกาสจำนวน 94 คน ได้เรียนต่อ 1 ภาคเรียน

การขยายผล

แคมเปญ “Watsons Club X Unilever for Limited Education” เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท เซ็นทรัล วัตสัน จำกัด (Watsons), แบรนด์ Unilever, และ โครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้า Watsons มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการศึกษาไทย ผ่านกิจกรรม 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. การซื้อสินค้า Unilever ครบ 699 บาท รับกระเป๋าที่ระลึก Watsons บริจาค 30 บาทต่อใบ / 2. การสมัครสมาชิก Watsons ใหม่ บริจาคคะแนนแรกเข้า 25 คะแนน / 3. การแลกคะแนนสะสม 100 คะแนน = เงินบริจาค 10 บาท

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ส.ค. – 24 ต.ค. 2568 ในทุกสาขาทั่วประเทศ นับได้ว่า เป็นตัวอย่างความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคม ที่สามารถเปลี่ยนพลังการซื้อของผู้บริโภคให้กลายเป็นพลังแห่งการให้ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ยั่งยืนให้กับเด็กไทย และเป็นต้นแบบของการระดมทุนเพื่อการศึกษาในรูปแบบสร้างสรรค์ที่ขยายผลได้ในอนาคต

โครงการความร่วมมือสนับสนุนโครงการทุนการศึกษา “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี” มูลนิธิยุวพัฒน์
โดยความร่วมมือ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผ่านการสนับสนุนโครงการทุนการศึกษา “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี” ของมูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อร่วมลดความเหลื่อล้ำและเพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์

  • เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคเอกชนและมูลนิธิในการสนับสนุนการถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
  • ได้รับเงินบริจาคจำนวน 42,000 บาท จากความร่วมมือของทีม Finance Thailand 
  • เงินบริจาคสามารถเปลี่ยนเป็นทุนการศึกษาส่งน้องเรียนได้ 12 คน ต่อ 1 ภาคการศึกษา

การขยายผล

แอสตร้าเซนเนก้า เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก มุ่งเน้นทางด้านการคิดค้น พัฒนา และจำหน่ายยาเพื่อการรักษาโรค และยังเป็นผู้พัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งเลือกให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตเพื่อส่งมอบวัคซีนให้แก่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด โดยทีม Finance Thailand ได้ริเริ่มกิจกรรมภายในองค์กร และมีมติร่วมกันบริจาคเงินจากกิจกรรมดังกล่าวเพื่อสนับสนุนโครงการทุนการศึกษา “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี” ของมูลนิธิยุวพัฒน์ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลโครงการและหารือแนวทางการต่อยอดความร่วมมือในอนาคต โดยอยู่ระหว่างพิจารณากิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน เช่น การเขียนโปสการ์ดส่งกำลังใจให้แก่นักเรียนทุน หรือการเข้าร่วมเป็นพี่เลี้ยงอาสา

โครงการความร่วมมือสนับสนุนโครงการทุนการศึกษา “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี” มูลนิธิยุวพัฒน์
โดยความร่วมมือ บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด (Metro Connect)

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการสนับสนุนทุนการศึกษา ผ่านโครงการทุนการศึกษา “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์

  • เกิดความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
  • ได้รับเงินบริจาคจำนวน 5,000 บาท เพื่อสนับสนุนโครงการทุนการศึกษา
  • เงินบริจาคสามารถส่งน้องเรียนได้จำนวน 2 คน ต่อ 1 ภาคการศึกษา

การขยายผล

บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด (Metro Connect) เป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ IBM ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและการจัดหานวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลแก่ลูกค้าองค์กร โดยมุ่งพัฒนาโซลูชันเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัล

เนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 บริษัทและพนักงานได้ร่วมกันจัดกิจกรรมและร่วมแบ่งปันคืนสู่สังคมผ่านการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนโครงการทุนการศึกษา “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี” ซึ่งสะท้อนบทบาทของภาคธุรกิจในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมและการศึกษาอย่างยั่งยืน นับได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถต่อยอดไปสู่ความร่วมมือด้านการพัฒนาสังคมในระยะยาว

โครงการความร่วมมือสนับสนุนโครงการร้อยพลังการศึกษา โดย โค้ชหนุ่ม Money Coach
เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างรอบด้าน และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาส ผ่านโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ โดยการถ่ายทอดแนวคิดการแบ่งปันและการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าเพื่อสังคม

ผลลัพธ์

  • ได้รับเงินบริจาคจำนวน 40,000 บาท เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้ง ทุนการศึกษา เครื่องมือพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทักษะชีวิตและคุณธรรม จริยธรรม และโภชนาการ
  • เกิดการสื่อสารเชิงบวกผ่านสื่อโทรทัศน์ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและการมีส่วนร่วมของสังคมต่อประเด็นการศึกษาและการแบ่งปัน

การขยายผล

นายจักรพงษ์ เมษพันธ์ุ หรือ โค้ชหนุ่ม Money Coach ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงินและการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน ได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการโทรทัศน์ “ซุปเปอร์ 10” ซึ่งเป็นรายการที่เปิดพื้นที่ให้ผู้มีความสามารถนำศักยภาพของตนมาสร้างแรงบันดาลใจให้สังคม จากการเข้าร่วมรายการดังกล่าว โค้ชหนุ่มได้นำเงินรางวัลที่ได้รับมาร่วมแบ่งปันคืนสู่สังคม ด้วยการบริจาคเพื่อสนับสนุนโครงการร้อยพลังการศึกษา สะท้อนแนวคิดการใช้ความสำเร็จส่วนบุคคลต่อยอดเป็นพลังทางสังคม และสร้างการรับรู้ต่อสาธารณชนถึงความสำคัญของการศึกษาในฐานะรากฐานของชีวิต นับได้ว่าเป็นตัวอย่างของการใช้พลังจากสื่อและบุคคลต้นแบบในการพัฒนาขับเคลื่อนสังคม โดยเชื่อมโยงความสามารถ ความสำเร็จ และการให้คืนสู่สังคม ซึ่งไม่เพียงช่วยสนับสนุนทรัพยากรด้านการศึกษา แต่ยังช่วยปลูกฝังแนวคิดการแบ่งปันและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน

โครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ผ่านแคมเปญ ภารกิจ “Persona ท้าทำ 60 วันขยับปรับหวาน” โดยบริษัท ฮาโมนิสท์ คอนซัลแทนท์ จำกัด และ สสส.

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านโภชนาการและการออกกำลังกายของบุคคลากร พร้อมเชื่อมโยงผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงสุขภาพไปสู่การสร้างประโยชน์ต่อสังคม ผ่านการสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสมให้แก่เด็กนักเรียน

ผลลัพธ์

  • แคมเปญสุขภาพระยะเวลา 60 วัน ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลากร
  • ได้รับเงินบริจาคจำนวน 5,000 บาท จากการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมโครงการ
  • เงินบริจาคนำไปใช้ในการส่งเสริมโภชนาการอาหารที่เหมาะสมแก่เด็กนักเรียนในโครงการ FOOD FOR GOOD ช่วยเสริมสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดี

การขยายผล

บริษัท ฮาร์โมนิสท์ คอนซัลแทนท์ จำกัด ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมแคมเปญ “Persona ท้าทำ 60 วันขยับปรับหวาน” ซึ่งเป็นภารกิจสุขภาพระยะเวลา 60 วัน ชวนผู้เข้าร่วมโครงการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน กิจกรรมถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “เพราะเราเดินมาด้วยกัน” สะท้อนพลังของการเปลี่ยนแปลงร่วมกันทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยนำผลลัพธ์การปรับค่า BMI ของผู้เข้าร่วมโครงการมาเปลี่ยนเป็นเงินบริจาค เพื่อส่งต่อโอกาสด้านโภชนากรให้แก่เด็กนักเรียนผ่านโครงการ FOOD FOR GOOD นับได้ว่า เป็นตัวอย่างของการผสานการดูแลสุขภาพให้เข้ากับการสร้างคุณค่าทางสังคม ที่มุ่งสร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงให้กับเด็กไทย

การสร้างความร่วมมือสนับสนุนโครงการทุนการศึกษา “Grab Scholar” ประจำปีการศึกษา 2568
โดยความร่วมมือระหว่าง Grab Thailand และโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยเฉพาะบุตรหลานพาร์ทเนอร์ Grab และนักเรียนทุนในเครือข่ายมูลนิธิยุวพัฒน์ ให้สามารถเข้าถึงและอยู่ในระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองสู่อนาคตที่มั่นคง

ผลลัพธ์

  • มีนักเรียนได้รับทุนการศึกษา ประเภททุนอุปกรณ์เพื่อการเรียนรู้ จำนวน 300 ทุน มูลค่าทุนละ 1,500 บาท รวมเป็นเงิน 450,000 บาท (เป็นทุนให้ครั้งเดียว)
  • มีนักเรียนได้รับทุนการศึกษา ประเภททุนมหาวิทยาลัย จำนวน 6 ทุน มูลค่าทุนละ 123,000 บาท/คน/ปี รวมเป็นเงิน 2,952,000 บาท (เป็นทุนต่อเนื่องระยะเวลา 4 ปี)

การขยายผล

บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด (Grab Thailand) ซึ่งเป็นผู้นำซุปเปอร์แอปในไทย ให้บริการเรียกรถ สั่งอาหาร และส่งของ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงดำเนินโครงการ Grab Scholar ในประเทศไทยร่วมกับโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ ในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมุ่งเน้นกลุ่มบุตรหลานพาร์ทเสนอร์ Grab และนักเรียนในเครือข่ายโครงการร้อยพลังการศึกษา ครอบคลุมตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา ในปี 2568 โครงการสามารถสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในวงกว้าง โดยมีผู้สมัครขอรับทุนรวมทั้งสิ้น 660 คน แบ่งเป็นผู้สมัครทุนอุปกรณ์เพื่อการเรียนรู้ 524 คน และผู้สมัครทุนการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย 136 คน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและความจำเป็นด้านโอกาสทางการศึกษา ทั้งนี้ เพื่อให้การสนับสนุนตรงตามกลุ่มเป้าหมาย โครงการได้ดำเนินการคัดเลือกอย่างเป็นระบบและโปร่งใส พร้อมทั้งติดตามดูแลนักเรียนทุนอย่างต่อเนื่อง นับเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความยั่งยืนทางการศึกษาในระยะยาว

โครงการความร่วมมือระดมทุน 2025 UOB Heartbeat Run โดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่าน โครงการ UOB My Digital Sapce ในโรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างผู้บริหาร พนักงาน ครอบครัว ลูกค้า และพันธมิตรของธนาคารยูโอบี ในการระดมทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย
  • เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ผลลัพธ์

  • มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมระดมทุนและกิจกรรมวิ่งเพื่อสังคมกว่า 4,175 คน และพันธมิตรทางธุรกิจร่วมสนับสนุนมากกว่า 40 องค์กร
  • สามารถระดมเงินบริจาคได้รวมทั้งสิ้น 5,300,000 บาท เพื่อนำไปสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียนภายใต้โครงการ UOB My Digital Space จำนวน 10 โรงเรียน ทั่วประเทศ

การขยายผล

กิจกรรม UOB Heartbeat Run เป็นกิจกรรมอาสาเพื่อสังคมที่กลุ่มธนาคารยูโอบีจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกว่า 18 ประเทศทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและพันธมิตรในการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชน ในปี 2568 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ดำเนินกิจกรรมภายใต้แนวคิด “วิ่งด้วยหัวใจเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษา” ควบคู่กับการระดมทุนสนับสนุนโครงการ UOB My Digital Space เพื่อพัฒนาห้องเรียนรู้ดิจิทัลในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล

การระดมทุนเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม 2568 โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงที่ 1 การรับบริจาคแลกรับของที่ระลึกงานวิ่ง และช่วงที่ 2 การรับบริจาคแคมเปญ UOB x Limited Education ภายใต้แนวคิด “Lets Me Shine” ซึ่งนำผลงานออกแบบของเด็กที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมมาสร้างของที่ระลึก เพื่อสื่อสารประเด็นความเท่าเทียมและการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการต่อยอดความร่วมมือที่ไม่เพียงระดมทุนเพื่อสร้างห้องเรียนดิจิทัล แต่ยังขยายผลสู่การสร้างระบบการศึกษาที่ยั่งยืน โดยผสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นอกจากนี้ยังคงมุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือนี้ในปีถัดไป เพื่อให้เด็กไทยทุกคน “ได้เข้าถึงการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและมีคุณภาพ”

โครงการ UOB My Digital Space ปีการศึกษา 2568 โดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ในโรงเรียนเครือข่ายร้อยพลังการศึกษา

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  • เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม
  • เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
  • เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนผ่านสื่อดิจิทัลและสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์

  • โรงเรียนเครือข่ายทั้ง 10 แห่งมีห้องเรียนดิจิทัลที่พร้อมใช้งานจริง พร้อมอุปกรณ์ครบถ้วน
  • ครูผู้สอนจำนวน 80 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอน
  • มีนักเรียนกว่า 5,000 คน ได้รับประโยชน์จากการใช้ห้องเรียนและสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล
  • สร้างความร่วมมือผ่านกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนเพื่อพัฒนาโรงเรียนได้ทั้ง 10 โรงเรียน

การขยายผล

โครงการ UOB My Digital Space (MDS) เป็นความร่วมมือระหว่าง ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ โครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2565 ภายใต้โครงการความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่มธนาคารยูโอบี “ยูโอบี ฮาร์ทบีท (UOB Heartbeat)” ในปี 2568 ยังคงดำเนินงานต่อเนื่อง ทั้งในด้านการสนับสนุนอุปกรณ์ดิจิทัล การพัฒนาศักยภาพครู และการสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ โครงการได้กลายเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาคสังคมในการพัฒนา “ห้องเรียนแห่งอนาคต” ที่ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนให้กับเด็กและเยาวชนไทยต่อไป โดยโรงเรียนใหม่ที่เพิ่มในปีการศึกษา 2568 จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนคลองยางประชานุสรณ์ จังหวัดกระบี่ และโรงเรียนด่านช้างวิทยา จังหวัดสุพรรณบุรี

ปัจจุบันมีโรงเรียนเครือข่ายรวม 10 โรงเรียนใน 10 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย

รายละเอียดเพิ่มเติม collaborationforgoodsociety.org