นิยาม

กองทุนสื่อเพื่อความยุติธรรมในสังคม เป็นกลไกยกระดับมาตรฐานจริยธรรมสื่อ ผ่านการตกลงใช้ มาตรฐานร่วมกัน ได้แก่ หลักความจริงและความถูกต้อง ความเป็นอิสระ ไม่มีผลประโยชน์ขัดกับความเป็นธรรมและความตรงไปตรงมา โดยเป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเพื่อคนไทยกับบริษัท เช้นจ์ เวนเจอร์ จำกัด กองทุนนี้มีเป้าประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานและศักยภาพของสื่อมวลชนให้เกิดความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลที่ดี แสวงหาความจริง สร้างผลเชิงบวกต่อสังคมได้จริง เปิดโอกาสให้เกิดนักข่าวรุ่นใหม่และสื่อใหม่ๆ พัฒนาความสามารถ ในการขยายผลจากข่าวให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้จริงเป็นวงกว้างต่อยอดไปสู่กระบวนการทางสังคมได้ (Social Movement) พัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนขององค์กร

วิสัยทัศน์

"การลงทุนเพื่อสนับสนุนระบบนิเวศสื่อที่ยั่งยืน"

พันธกิจ

กองทุนสื่อเพื่อความยุติธรรมในสังคมสนับสนุนและลงทุนในการสร้างระบบนิเวศสื่อเพื่อการแสวงหาความจริง ความถูกต้อง และสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยมุ่งให้เกิดสื่อคุณภาพในประเทศไทยที่มีความแข็งแรง สามารถนำเสนอความจริง ติดตามตรวจสอบประเด็นทางสังคมที่สำคัญ และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

นักข่าวและองค์กรสื่อ
โดยสนับสนุนในลักษณะโครงการพัฒนาเนื้อหา (Issues Reporting) และพัฒนาศักยภาพ (Capacity Development)

องค์กรตัวกลางด้านสังคม
ในฐานะผู้สรรหา คัดเลือก พัฒนา ประสานงาน ติดตามความก้าวหน้าและผลลัพธ์ของโครงการที่เข้ารับการสนับสนุนจากกองทุนฯ

โครงการและองค์กรที่ทำงานด้านการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมสื่อ
ในฐานะผู้รับการสนับสนุนเงินทุนในการดำเนินโครงการจากกองทุน

ประชาชนผู้รับประโยชน์ปลายทาง
มีส่วนร่วมในการให้และรับข้อมูลข่าวสารเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดความโปร่งใสในสังคม

ผลผลิต - ผลลัพธ์กองทุนสื่อเพื่อความยุติธรรมในสังคม ปี 2564

ในปี 2564 การดำเนินงานของกองทุนสื่อเพื่อความยุติธรรมในสังคมมีการขยายความร่วมมือกับภาคีที่ขับเคลื่อนร่วมกัน 228 องค์กร ทำให้เกิดการยกระดับมาตรฐานและศักยภาพของสื่อมวลชนให้เกิดความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลที่ดี แสวงหาความจริง สร้างผลเชิงบวกต่อสังคม โดยมีโครงการระดับประเทศที่ได้รับการสนับสนุนและขับเคลื่อนร่วมกันต่อเนื่อง นับแต่ปี 2562-2564 จำนวน 4 โครงการ รายละเอียดดังนี้

โครงการ Big Open Data เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน

- โครงการพัฒนาฐานข้อมูลเปิดภาครัฐเพื่อต่อต้านคอร์รัปชันผ่านการสร้างความโปร่งใสในสังคมและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตามตรวจการทำงานของรัฐ

ความก้าวหน้าโครงการและผลกระทบทางสังคม

ณ ปี 2564มี ผู้ใช้งาน 36,007 Users ผู้เข้าใช้งานระบบ ACT Ai และมียอดสะสมตั้งแต่ทำระบบจำนวน 41,750 Users (Pageview: 138,906 ครั้ง สะสมตั้งแต่ทำระบบจำนวน 200,551 ครั้ง, ข้อมูลวันที่ 31 ธันวาคม 2564)

เกิดฐานระบบข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน สามารถต่อยอดระบบอื่นๆ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ จับโกงงบ COVID-19, ACT ai Corrupt 0, Participation Budgeting

เกิดเครือข่ายดำเนินงาน 23 หน่วยงาน (รวมสื่อ 13 แห่ง) อาทิ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย), สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน), บริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด, สถาบัน Change Fusion, โครงการ ELECT (elect.in.th) เทคโนโลยีภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, สำนักข่าวอิศรา, สำนักข่าวประชาไท, สำนักข่าวออนไลน์ The MATTER ฯลฯ

โครงการ Crowdsourcing Platform

- โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มสร้างการมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลเบาะแสหรือเหตุสงสัยการทุจริตคอร์รัปชันหรือความไม่ชอบมาพากลในสังคมอื่นๆ โดยทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคีสื่อในการแก้ปัญหา และยังให้ความรู้เรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันอีกด้วย โดยขณะนี้แพลตฟอร์มดังกล่าวจะประกอบไปด้วย

• เพจต้องแฉ (Must share)

- เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มภาคีหลากหลายองค์กร สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันของภาคประชาชน ด้วยกระบวนการ Crowdsourcing โดยการร่วมกันส่งข้อสงสัยและข้อมูลให้เครือข่ายภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ สำนักข่าวต่าง ๆ ร่วมกันเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการติดตาม และผลักดันให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหา

ภาพรวมความก้าวหน้า

  • จำนวนผู้ถูกใจ (Like) 50,424 Likes  เพิ่มขึ้นจากปี 2563 จำนวน 13,177 Likes
  • จำนวนผู้ติดตาม (Follower) 71,689 Followers เพิ่มขึ้นจากปี 2563 จำนวน 13,824 Followers
  • เปิดเผยและสร้างการมีส่วนร่วมทางสังคมในประเด็นทุจริตคอร์รัปชันจำนวน 413 เรื่อง
  • จัดทำ Infographic, clip video, สื่อต่าง ๆ ให้ข้อมูลเพื่อสร้างความตระหนักรู้ทุจริตคอร์รัปชันจำนวน 19 เรื่อง 

เกิดการขยายความร่วมมือกับ

หน่วยงานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย ภาครัฐ กลุ่มท้องถิ่นและสื่อต่าง ๆ หน่วยงานภาครัฐ 37 หน่วยงาน สำนักข่าว 22 สำนักฯกลุ่มท้องถิ่น 128 กลุ่มเพจเฟซบุ๊ก 32 เพจ  และมีอาสาสมัคร 336 คน

• Line Chat Bot จับตาไม่ให้ใครโกง (Corruption Watch)

- เครื่องมือสนับสนุนภาคประชาชนในการร่วมกันจับตา ส่งเบาะแสเหตุสงสัยทุจริตคอรร์รัปชันในแต่ละพื้นที่ ได้อย่าง “ปลอดภัย” เช่น การจัดซื้อจัดจ้างช่วงโควิด-19, การทุจริตในสถานศึกษา, เจ้าหน้าที่รัฐร่ำรวยผิดปกติ เป็นต้น และสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม เช่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ สื่อมวลชนและภาคประชาชน ในการร่วมกันรักษาผลประโยชน์สาธารณะ แก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในสังคม (อยู่ระหว่างการพัฒนา)

ภาพรวมความก้าวหน้า

  • จัดทำ Line Chat Bot สำหรับผู้ต้องการรายงานเหตุสงสัยทุจริตคอร์รัปชัน ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
  • จัดทำข้อมูลสำหรับผู้ดูแล เพื่อใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ
  • จัดทำเวบไซต์สำหรับสาธารณะและสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการร่วมกันรักษาผลประโยชน์สาธารณะ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน ปี 2565

โครงการ Newsworthy

- โครงการ Newsworthy ตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาข่าวลวงเชิงรุก โดยปรับจากการตรวจสอบข่าวลวงรายชิ้นเป็นการเลือกกลุ่มเนื้อหาข่าวลวงที่มีความสำคัญต่อสังคม โดยเฉพาะประเด็นที่มีผลต่อนโยบายสาธารณะหรือการต่อต้านความเข้าใจผิด อคติ นำมาตรวจสอบและพัฒนาวิธีการสื่อสารเพื่อกำหนดประเด็น และกำหนดวาระทางสังคมที่สามารถนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงได้

ภาพรวมความก้าวหน้า : 

1. ความร่วมมือกับองค์กรด้านสื่อเพื่อทำโครงการตรวจสอบข่าวสาร  ได้แก่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ  Google News Initiative  เป็นต้น รวม 39 องค์กรเป็นจำนวนกว่า 500 คน

2. การตรวจสอบข่าวลือข่าวลวงของกองบรรณาธิการโคแฟค (fact-checkers) ช่วงมกราคม- ธันวาคม  2564 จำนวน 4,628 ข้อมูลที่ www.cofact.org เผยแพร่ผ่านเพจ Cofact โคแฟค มีผู้ติดตาม 3,851 คน  และ Line @CofactThailand  มีสมาชิกทั้งสิ้น 7,762 คน 

3. สนับสนุนการประมวลสรุปประมวลวิเคราะห์ข่าวลวงเชิงลึกในช่วงสถานการณ์โควิด ปี 2564  จำนวน 11 ชิ้นงาน   การจัดทำบทความจากเวทีนักคิดดิจิทัล เผยแพร่ในสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์ต่างๆ  จำนวน 6 ชิ้นงาน  และการจัดทำวารสารโคแฟค Cofact Journal เผยแพร่ใน www.cofact.org และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อาทิเรื่อง  ‘โรคระบาด-ข่าวปลอม-การเมืองแบ่งขั้ว’ เรื่องเล่าต่างแดนว่าด้วยงาน‘คนทำสื่อ’ยุคโควิด  และ เรื่อง ห้าข่าวลวงป่วนวัคซีนโควิดรอบโลก 

4. สนับสนุนการจัดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบข่าวลวง อาทิ

     – สัมมนาว่าด้วยวันตรวจสอบข่าวลวงโลก (International Fact-Checking Day 2021) ซึ่งร่วมกับเครือข่ายตรวจสอบข้อเท็จจริงสากล (International Fact-checking Network-IFCN) 

     – การจัดงานวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day 2021) ร่วมกับองค์กรวิชาชีพสื่อและหลากหลาย

     – การจัดเวที Digital Thinkers Forum  4 ครั้ง  เรื่อง How to รับมือปัญหาข้อมูลสับสน/ ข่าวลวงหลอก บทเรียนไทยและเทศ  รวมกับภาคี 10 องค์กร โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 574 คน

5. สนับสนุนการจัดทำบทความจากรายการ  Cofact Live Talk การจัดรายการใน Clubhouse และ Twitter Space ในประเด็นวิกฤติการสื่อสารในเรื่องวัคซีน ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ สื่อมวลชน และ สังคม อาทิ

    – “How to ‘SureVac” เช็คยังไงให้ชัวร์เรื่องวัคซีน  

      “รัฐ สื่อ สังคม ใครคือผู้รับผิดชอบวิกฤตวัคซีน” 

      – “ข่าวลวงวัคซีน กับทฤษฎีสมคบคิด”

6. เกิดกลุ่มจิตอาสาประมาณ 150 คนที่ส่งต่อความรู้เรื่องการตรวจสอบข่าวให้กับสมาชิกในเครือข่าย

การขยายความร่วมมือ : 

  • การขยายความร่วมมือกับภาคีไปยังกลุ่มเป้าหมายเฉพาะจำนวน 8,251 คน  เพื่อให้มีการตรวจสอบข่าวในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม  ได้แก่ กลุ่มผู้หญิงในประเด็นด้านสุขภาพ  กลุ่มผู้สูงอายุ  อสม.  เป็นต้น
  • การจัดทำหลักสูตร E-learning  สำหรับการตรวจสอบข่าวด้วยตนเอง โดยร่วมมือกับบันฑิตศึกษาและหน่วยงานที่มีประสบการณ์การจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้
  • การขยายผลการตรวจสอบข่าวไปยังสื่อชุมชน ท้องถิ่น  

โครงการ เวทีระดมความร่วมมือแผนปฏิบัติการธรรมาภิบาลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Governance for Sustainable Development Forum)

- จัดขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2564 เพื่อเชื่อมโยงภาคียุทธศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะองค์กรและกลุ่มเครือข่ายที่ขับเคลื่อนเรื่องธรรมาภิบาล เพื่อกำหนดทิศทางการธรรมาภิบาลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน องค์ประกอบในการจัดเวทีดังกล่าว ได้แก่ 1) การสร้างความมีส่วนร่วมในเรื่องธรรมาภิบาลให้กับสังคมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2) การสร้างความร่วมมือของโครงการที่มีในสังคมให้มีจุดเชื่อมและเกิดพลังในการร่วมมือกัน 3) เชื่อมโยงให้ประชาชนและเครือข่ายธุรกิจหรือประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน
ธรรมาภิบาลอย่างเป็นรูปธรรม

ภาพรวมความก้าวหน้า : 

มีองค์กรเข้าร่วมกว่า 100 องค์กร มีผู้เข้าร่วมเสวนากว่า 50 คน มีการประชุมเพื่อสร้างความร่วมมือกว่า 50 ครั้ง นำไปสู่แผนปฏิบัติการกว่า 20 เรื่อง และเกิดเวทีระดมความร่วมมือในประเด็นต่างๆ 7 ประเด็นว่าด้วยธรรมาภิบาลในบริบทสำคัญ มิติต่างๆ ประกอบด้วย

(1) ธรรมาภิบาลภาคการเงินและการธนาคาร 

(2) ธรรมาภิบาลภาคตลาดทุน 

(3) ธรรมาภิบาลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

(4) ธรรมาภิบาลข้อมูลเปิด (Open Data) 

(5) ธรรมาภิบาลระบบรัฐสภา 

(6) ธรรมาภิบาลป่าไม้ 

(7) ธรรมาภิบาลสื่อบุคคล